"เอกนิติ" ชี้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง 11 เม.ย.

เศรษฐกิจ
20:10
จำนวนผู้ชม 1,118
"เอกนิติ" ชี้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง 11 เม.ย.
"เอกนิติ" ยืนยันรัฐบาลมีแผนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ เตือนจะไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี เพราะสงครามตะวันออกกลางทำลายโครงสร้างพลังงาน พร้อมเผย ครม.นัดพิเศษ 11 เม.ย.เตรียมเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง

วันนี้ (9 เม.ย.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า ตนดูเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจของไทย เข้าใจดีว่าทุกคนเป็นห่วงวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน ปรับตัวสูงขึ้นและอาจขาดแคลน ซึ่งกระทบไปทั่วโลกโลก รวมถึงประเทศไทย

วิกฤตที่เกิดขึ้นอาจยืดเยื้อและซับซ้อน รวมถึงความไม่แน่นอนในการเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ จึงต้องมองฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้น ผลกระทบที่จะส่งถึงไทยมีหลายทาง ลามถึงวิกฤตพลังงานและสินค้าอีกหลายชนิด ทำให้ในอนาคตสินค้าบางอย่างอาจขาดแคน มีโอกาสเกิดเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

ในฐานะที่ตนดูภาพรวมเศรษฐกิจ ต้องรับผิดชอบเตรียมพร้อมส่วนนี้ ออกแบบนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้นที่เร่งด่วนที่สุด เอช่วยลดผลกระทบกับประชาชน ซึ่งต้องเตรียมทรัพยากรดูแลคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ผู้ที่ขับรถยนต์ แต่ยังมีคนไทยที่ต้องการงบประมาณดูแลจำนวนมาก เพราะฉะนั้นประเทศไทยและทุกประเทศมีทรัพยากรจำกัด จึงต้องช่วยดูแลให้ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด

"เอกนิติ" ชี้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง 11 เม.ย.

"เอกนิติ" ชี้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง 11 เม.ย.

นายเอกนิติ ระบุว่า ต้องใช้ทุกเครื่องมือ เมื่อวิกฤตสงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่และกระทบราคาพลังงาน จึงใช้เครื่องมือกองทุนราคาน้ำมันเข้าไปพยุง ส่วนภาษีสรรพสามิต ใช้ดูแลประชาชนกลุ่มอื่น หากลดภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยลดราคาน้ำมัน ก็ไม่ต่างจากใช้กองทุนน้ำมันในการดูราคาไม่ให้สูงเกินไป เพื่อช่วยดูแลประชาชนเช่นเดียวกัน แต่ภาษีสรรพสามิตที่ใช้เป็นงบประมาณในการหารายได้ดูแลงบฯ เช่น โรงพยาบาล ผู้ป่วย หมอ พยาบาล ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นทุกปี ในส่วนนั้นอาจได้รับผลกระทบ

ตนทำหน้าที่ดูแลกระทรวงการคลัง จึงมีความจำเป็นต้องใช้ทุกเครื่องมือในการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม กองทุนน้ำมันจึงเป็นด่านแรกที่ใช้ดูแล พยุงราคาไม่ให้สูงเกินไป นอกจากนั้นพยายามใช้งบประมาณเท่าที่มีอยู่ในการช่วยลดผลกระทบ

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก คือ กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยใช้พลังงานจากน้ำมันสูงมาก หากไม่ดูแลกลุ่มนี้ก่อน ต้นทุนสินค้าก็จะแพงขึ้นตามลำดับ เพราะฉะนั้นวันที่ 11 เม.ย.นี้จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ โดยจะดูแลประชาชนกลุ่มนี้ รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมงที่ต้องใช้น้ำมันในการหาอาหารทะเล กลุ่มเกษตรกรที่กำลังเพาะปลูกโดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย

ดังนั้น จึงต้องสกัดวิกฤตนี้ก่อนจะลุกลามใหญ่โตและต้องเลือกให้ตรงกลุ่มบนทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะเดียวกันต้องเตรียมเม็ดเงินและทรัพยากรที่จะดูแลประชาชนกลุ่มอื่นๆ หากวิกฤตสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ หากไม่เตรียมความพร้อม สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต และที่น่ากลัวที่สุดอาจนำมาสู่วิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยเคยผ่านเหตุการณ์นั้นในปี 2540 ที่มีคนตกงานจำนวนมาก เราจึงต้องป้องกันไม่ให้เจอวิกฤตเช่นนั้น

นายเอกนิติ เชื่อว่า วิกฤตครั้งนี้จะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกในหลายมิติ โดยมิติแรกคือเรื่องความมั่นคง ไม่ใช่แค่ทหาร แต่จะเป็นอาหารและยารักษาโรคที่อาจขาดแคลนและมีราคาแพง ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสได้

มิติที่ 2 คือราคาน้ำมันถูกจะไม่มีอีกต่อไป อย่างน้อยในเวลาอีก 1-2 ปี เพราะสงครามได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ฉะนั้นเราต้องพยายามทำให้คนไทยและธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่าน ซึ่งประเทศไทยโชคดีที่ยังมีแสงแดด สามารถส่งเสริมการทำโซลาร์ และยังมีเอทานอลที่ผลิตจากอ้อย ซึ่งสามารถมาผสมกับน้ำมันทำเป็น E20 รวมถึงมีน้ำมันปาล์มที่ผสมดีเซลเป็นน้ำมัน B10 และ B20 จึงต้องส่งเสริมให้คนไทยมีโอกาสใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนเหล่านี้ ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นด้วย

"เอกนิติ" ชี้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง 11 เม.ย.

"เอกนิติ" ชี้ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อเคาะช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง 11 เม.ย.

มิติที่ 3 คือเรื่องเทคโนโลยีและ AI ที่ทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก แต่ก็ยังมีคนไทยอีกจำนวนมากไม่มีโอกาสเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีและ AI ซึ่งจะทำให้เขาหารายได้ได้ดีขึ้น พ่อค้าแม่ค้าสามารถนำ AI มาใช้เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นนโยบายรัฐบาลจึงมุ่งเน้นวิธีการที่ต้องลงทุนใหม่ จะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ท่ามกลางโลกและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป

"เราต้องลงทุนเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ต้องมีโอกาสเปิดให้ประชาชนเปลี่ยนหลังคาบ้านให้สามารถหารายได้และลดรายจ่ายค่าไฟให้เขาขายไฟคืนให้รัฐได้ เพื่อให้ธุรกิจมีต้นทุนถูกลง เราต้องช่วยเขาปรับเปลี่ยนให้เข้าสู่โลกยุคใหม่ที่น้ำมันจะไม่ถูกอีกต่อไป แต่สามารถใช้พลังงานสะอาด พลังงานจากแสงแดดที่มีอยู่ฟรี ลดต้นทุน ลดค่าไฟและทำให้เขาผลิตสินค้าและส่งเสริมให้เกิดสินค้าที่มาจากพลังสะอาดได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องลงทุนทำให้คนไทยเก่งขึ้น" รมว.คลังกล่าว

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงการลงทุนภาครัฐ ว่า ภาครัฐไม่สามารถทำโดยลำพังได้เพราะทรัพยากรมีจำกัด จึงต้องร่วมทุนกับภาคเอกชน ธุรกิจไทยและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย ซึ่งพบว่าต่างประเทศหลายชาติต้องการมาลงทุนในไทย แม้จะมีอุปสรรคในการขออนุมัติ-ขออนุญาต ซึ่งรัฐบาลได้พยายามปลดล็อกเพื่อให้ต่างชาติลงทุนได้และช่วยเปลี่ยนผ่านให้คนไทย ทำให้คนไทยเก่งขึ้นและมีรายได้เพิ่ม เชื่อมทักษะคนไทยกับโลกยุคใหม่ มีงานที่ดีและรายได้สูงขึ้น ตามโครงการ Skill Bridge ของรัฐบาล

นอกจากนี้ยังระบุว่า เมื่อไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจไทยติดหล่ม แต่การให้เอกชนมาช่วยลงทุนจะช่วยปลดล็อกเศรษฐกิจไทยได้และทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง เมื่อพ้นวิกฤตประเทศไทยจะกลับมาแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงจะต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

ในระยะสั้นต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ช่วยคนที่เขาเดือดร้อนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ แค่นั้นไม่พอ เราต้องช่วยให้เขาเติบโตหลังวิกฤต เปลี่ยนผ่านให้เขาเป็นคนเก่งขึ้น หารายได้และดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น ธุรกิจเติบโตดีขึ้น ส่งออกไปต่างประเทศเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

ทั้งนี้ เชื่อว่าหากสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสมัยใหม่ ให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น ประเทศไทยก็จะมีรายได้ดีขึ้น เราต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้และต้องปฏิรูปประเทศให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งต้องร่วมมือกันเพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

อ่านข่าว

กบน.ประกาศลดการอุดหนุน "น้ำมันดีเซล" เหลือลิตรละ 6.41 บาท

"สีหศักดิ์" หาทางคุยอิหร่านเปิดทางเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

พิสิษฐ์เสนอหั่นสภา! เลิกปาร์ตี้ลิสต์-ลดจำนวน สว. ประหยัดงบ 150 ล้าน/ปี