เรียกถกโรงกลั่น 7 เมย. พบ 6 วันแรกเดือน เม.ย.ค่าการกลั่นพุ่งลิตรละ 17 บาท

การเมือง
09:35
จำนวนผู้ชม 1,944
เรียกถกโรงกลั่น 7 เมย. พบ 6 วันแรกเดือน เม.ย.ค่าการกลั่นพุ่งลิตรละ 17 บาท
“เอกนัฏ” ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งเชื่อมโยงปมราคาหน้าโรงกลั่น เรียกถกโรงกลั่นวันนี้ หลังพบ 6 วันแรกของเดือน เม.ย. ค่าการกลั่นพุ่งลิตรละ 17 บาท ย้ำ รมว.พลังงาน มีอำนาจลดค่าการกลั่นได้ แต่หวังเอกชนให้ความร่วมมือช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ได้รายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย ครม.มีมติให้กระทรวงพลังงานดำเนินการต่อในหลายประเด็น ซึ่งแนวทางที่ คตร.นำเสนอมีหลายส่วน ทั้งการเรียกโรงกลั่น หรือใช้อำนาจในฐานะคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) โดยจะเรียกประชุมในวันนี้ (7 เม.ย.2569) เวลา 13.00 น.

ส่วนแนวทางที่วางไว้จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้หรือไม่นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีข้อพิจารณาสองส่วน คือ ส่วนที่น้ำมันขึ้นเพราะราคาตลาด และจากสถานการณ์ปัจจุบันที่นำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแบกรับภาระ ซึ่งกรณีหลังเป็นการแบกรับภาระราคาน้ำมันให้ถูกลงสำหรับประชาชน ไม่ใช่ไปแบกกำไรของโรงกลั่น

ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันมีความผันผวนแปรปรวน ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ มากกว่าเรทราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตัวเลขค่าการกลั่นสูงขึ้น เพราะในส่วนราคาอ้างอิงสิงคโปร์จะมีราคาต้นทุนน้ำมันดิบ และค่าการกลั่น จึงเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้น ซึ่งใน คตร.ได้หารือและแจ้งว่าตัวเลขพุ่งสูงขึ้นผิดปกติจริง ๆ

นายเอกนัฎ ระบุว่า สำหรับตัวเลขในเดือน มี.ค. ทางโรงกลั่นอ้างว่าไม่เพียงราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงต้องเรียกทุกโรงกลั่นมาหารือ เพื่อพิจารณาว่าเมื่อหักลบหนี้แล้ว กำไรที่เกิดจากค่าการกลั่นมีมากผิดปกติหรือไม่ หากมากผิดปกติจะทำได้สองแนว คือ ให้นำกำไรหรือผลประโยชน์ส่วนเกินคืนกลับมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และ กบง.สามารถใช้อำนาจนำ พ.ร.ก.ไปกดราคาหน้าโรงกลั่นได้

วันนี้จะเข้ากระทรวง และดำเนินการตามมติ ครม. โดยเรียกโรงกลั่นเข้ามาคุย และในช่วงบ่ายจะเรียกประชุม กบง.ทันที

ส่วนจะมีการตั้งค่าการกลั่นหรือไม่ นายเอกนัฎ กล่าวว่า ค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติอยู่ที่ลิตรละ 2 บาทกว่า และในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2 บาท ไม่เกิน 3 บาท แต่ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 7 บาท และช่วง 6 วันแรกของเดือน เม.ย.ค่าการกลั่นพุ่งไปลิตรละ 16 - 17 บาท ถือว่าผิดปกติ

นายเอกนัฏ ย้ำว่า สิ่งที่เป็นปัญหาวันนี้ คือราคาที่หน้าโรงกลั่นที่ไม่ได้อ้างอิงราคาน้ำมันดิบ แต่อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ประเทศสิงคโปร์ ตัวเลขส่วนนี้ที่เป็นปัญหา และอีกส่วนคือราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปจนถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น ดีเซล ราคาเพิ่มขึ้นจากราคา 100 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปจนถึง 300 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงมาก

สถานการณ์แบบนี้โรงกลั่นต้องช่วยกัน ไม่ใช่อาศัยสถานการณ์ความแปรปรวน ซึ่งโรงกลั่นในประเทศมี 6 โรง กลับมาบีบให้คนไทยต้องใช้น้ำมันในราคาแพง หรือหากวันนี้น้ำมันไม่แพงก็เพราะกองทุนน้ำมันมาชดเชย ซึ่งก็ยังเป็นภาระกับผู้ใช้น้ำมันอยู่ดี

ส่วนกรณีที่นักวิชาการบางส่วนเสนอ ว่า เพดานค่าการกลั่น ไม่ควรเกิน 3 บาทต่อลิตรนั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า นักวิชาการพูดถูก ในเวลาปกติค่าการกลั่นไม่ควรเกิน 3 บาทต่อลิตร ซึ่งในเวลาไม่ปกติ ต้องตัวเลขมาเปรียบเทียบว่าควรเป็นเท่าใด

ทังนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ และในฐานะประธาน กบง.มีอำนาจในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น หากเห็นว่ามีราคาสูงเกินและมีกำไรที่ไม่ควรได้ แต่ในวันนี้ยังดำเนินตามมติ ครม.โดยเปิดโอกาสให้โรงกลั่นหารือกันว่าจะช่วยได้อย่างไรบ้าง

อ่านข่าว :

“รสนา” ค้านรัฐบาลกู้ 1.5 แสนล้าน ให้กองทุนน้ำมันฯ ชี้เพิ่มภาระประชาชน

"ปกรณ์"​ เผย ครม.ไฟเขียว ขรก.ทำงานนอกสถานที่ จ่อกำหนดเวลาเปิด-ปิดปั๊มหลังสงกรานต์

นายกฯ เผยจ่อออกมาตรการควบคุมจำหน่ายน้ำมัน​ เปิด​-ปิดเป็นเวลา​ ​เริ่ม​ 20 เม.ย.​