น.อ.ปรัชญา โพธิ์ย้อย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดคนใหม่ ประกาศ ขณะทำพิธีรับมอบหน้าที่ต่อจาก น.อ.ธรรมนูญ วรรณา อดีตผบ.ฉก.นย. ซึ่งต้องไปดำรงตำแหน่ง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.) ต่อหน้าทหารในสังกัดนาวิกโยธินตราด ทหารพราน ตชด.ตราดว่า เมื่อวานนี้ (1 เม.ย.2569) ช่วงหนึ่งว่า “เมื่อรบต้องชนะ”
หลังภารกิจทวงคืนพื้นที่อธิปไตยบ้านสามหลัง ท่าเส้น หรือบ้านทมอดาเสร็จสิ้น เมื่อเดือน ธ.ค.2568 ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า น.อ.ธรรมนูญ หรือ “ผู้การธรรมนูญ” เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำหน่วย ซึ่ง “ผู้การย้อย” น.อ.ปรัชญา ในฐานะนักรบรีคอน ก็ตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ดังกล่าว
“ถ้าไม่มีพวกเราทุกนาย ความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้น” น.อ.ธรรมนูญ กล่าวช่วงหนึ่งพร้อมแสดงความเชื่อมั่นในตัว น.อ.ปรัชญา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินคนใหม่ว่า นอกจากเคยเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาและเคยทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.ตราด มาก่อนแล้ว เชื่อมั่นว่าจะนำพาหน่วยฯให้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนจ.ตราดได้เป็นอย่างดี
โดย “ผู้การย้อย” น.อ.ปรัชญา ในฐานะนักรบรีคอน ก็ตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ดังกล่าว
“ผมจะใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ จากการที่เคยเป็นหลายตำแหน่งในพื้นที่แห่งนี้ มาใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน และเตรียมพร้อม ซึ่งผู้การธรรมนูญ ได้วางรากฐานไว้เรียบร้อยแล้ว ก็จะมาสานต่อ ความพร้อมของเราทุกคน และทุกมิติ ทั้งด้านตัวบุคคล ยุทธิวิธีเพื่อให้มีความพร้อมให้ทันท่วงที”
....หน้าที่ของเรา คือการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ ในพื้นที่รับผิดชอบ การควบคุมพื้นที่ที่เรายึดได้ ณ ปัจจุบัน คือการยึดพื้นที่อย่างเหนียวแน่น การลาดตระเวน และการเฝ้าตรวจอย่างเข้มข้น จะต้องมีการผลักดันกำลังข้าศึกในพื้นที่ปฏิบัติการ ถ้าหากมีการลุกล้ำ ต้องทำอย่างจริงจังและเด็ดขาด และทุกคนต้องปลอดภัย นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ เชื่อว่าทุกคนทำได้ และเมื่อรบต้องชนะ” คำกล่าวของผู้การย้อย ในวันรับมอบตำแหน่ง
ตามประวัติ น.อ.ปรัชญา หรือ “ผู้การย้อย” จบนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 32 (ตท.32) เป็นรุ่นพี่ของ “น.อ.ธรรมนูญ” เรียนจบหลักสูตรการหน่วยรบพิเศษ หรือ “นักรบรีคอน” เคยปฏิบัติราชการสนาม เป็นผู้บังคับการกองทหารราบที่ 8 และผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 26 ที่จ.ปัตตานี เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินน 41 ผบ.กรมการทหารราบที่ 2
เป็นผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) และเคยดำรงตำแหน่งเสนาธิการเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (เสธ.ฉก.นย.ตราด), รองผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด และ รอง ผบ.ฉก.นย.ตราด
ก่อนขยับเป็นผบ.ฉก.นย.จันทบุรี และเป็นหัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยในวงการทหารนาวิกโยธินถือว่า น.อ.ปรัชญา หรือ “ผู้การย้อย” เป็นนายทหารที่มีความสามารถ นอกจากเป็นมือเจรจาต่อรองแล้ว อีกด้านหนึ่งยังบู๊แบบเงียบเชียบ
หน้าเพจเฟซบุ๊ก พีระชาติ อินตา อินฟลูด้านความมั่นคง ระบุว่า การย้าย น.อ.ธรรมนูญ เป็นการเปลี่ยนโหมดจากบู๊ล้างผลาญมาเป็นปรัชญาการเจรจา ..เมื่อแม่ทัพสายแข็งอย่างผู้การธรรมนูญ ที่สร้างมาตรฐานสูงลิ่วต้องขยับไป ผู้การย้อย น.อ.ปรัชญา ลงมาเสียบแทน โดยในวงการนาวิกโยธิน รู้กันดีว่า คือ รีคอนสายดุเงียบ แม้บุคลิกจะดูซอฟต์กว่า แต่ประวัติไม่ธรรมดา เคยผ่านงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา มาอย่างโชกโชน เป็นมือเจรจาที่พกปืนไว้ข้างหลัง
ตอนนี้ชายแดนจันทบุรี-ตราด กลายเป็นพื้นที่ที่คุมโดยผู้การชื่อ “ปรัชญา” ทั้งคู่ทั้งผู้การจันท์ และผู้การตราด จนเขาล้อกันว่า เป็นช่วงใช้ “ปรัชญา” ทำงาน ยังไม่ถึงเวลาใช่กำลัง นี่คือกลยุทธ์ที่เฉียบแหลม เพราะเมื่อเรารบชนะในพื้นที่สำคัญไปแล้ว มิชชั่นต่อไปคือการรักษาพื้นที่ และเข้าสู่โหมดเจรจาในยุครัฐบาลใหม่ แต่ไม่ต้องห่วง “ผู้การย้อย” ประกาศชัดในวันรับมอบหน้าที่ว่า เมื่อรบต้องชนะ ใครกล้าล้ำแดน เจอกันแบบเด็ดขาดแน่นอน
ส่วนเพจสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2569 ซึ่งตรงกับวันที่ “น.อ.ธรรมนูญ” เข้ารับตำแหน่ง ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.) โดยระบุว่า
ไหน ๆ หลายๆ ท่านก็พูดถึงการโยกย้ายนายทหาร ที่มีความสามารถไปทำหน้าที่ในหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ จึงขอถือโอกาสนี้ เปิดบทบาท “หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ” หรือ นปท.ทร. (HMAU) กับภารกิจเสี่ยงภัยที่ปกป้องชีวิตประชาชน และความมั่นคงชายแดนไทย
นปท.ทร. เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานหลักของกองทัพเรือ ที่แม้จะปฏิบัติภารกิจอยู่เบื้องหลัง แต่มีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จด้านความมั่นคงของประเทศ เป็นหน่วยปฏิบัติภารกิจภายใต้ความเสี่ยงสูง เพื่อขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดที่ตกค้างจากความขัดแย้งในอดีต ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายตรงข้ามนำมาวางไว้ใหม่ รวมทั้งทุ่นระเบิดดัดแปลงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรีและตราด ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงต่อชีวิตของทั้งทหารและประชาชนในพื้นที่
ภารกิจของหน่วยนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางทหาร แต่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในทุกขั้นตอนของการค้นหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิด คือการลดโอกาสความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่ใช้พื้นที่ทำกิน หรือชุมชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน กระบวนการปฏิบัติงานของ นปท.ทร. เป็นไปอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานสูง เริ่มตั้งแต่การสำรวจทางเทคนิคเพื่อระบุพื้นที่เสี่ยง การกวาดล้างด้วยเครื่องมือเฉพาะทางและสุนัขตรวจค้น การทำลายวัตถุระเบิดอย่างปลอดภัย ตลอดจนการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุในระยะยาว
ในมิติด้านความมั่นคง นปท.ทร.พัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง โดยปรับบทบาทสู่การเป็น ชุดช่างสนาม (Combat Engineers) ที่สามารถสนับสนุนการปฏิบัติของกำลังรบในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการเปิดเส้นทางปลอดภัย การจัดตั้งพื้นที่ปฏิบัติการ และการสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยของทั้งกำลังพลและประชาชน
ขณะเดียวกัน หน่วยยังมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติ จากการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับทุ่นระเบิดในพื้นที่ เพื่อใช้ยืนยันข้อเท็จจริงในเวทีระหว่างประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามกติกาสากล และความรับผิดชอบด้านความมั่นคงต่อประชาคมโลก
ภารกิจของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ จึงไม่ใช่เพียง “งานเบื้องหลัง” แต่เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้พื้นที่ชายแดนมีความปลอดภัย ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นรากฐานของการรักษาอธิปไตย และความสงบเรียบร้อยของประเทศในระยะยาว
อ่านข่าว
ชำแหละ 7 ประเด็น คำสั่งย้าย "น.อ.ธรรมนูญ" วันวิชิต ชี้ "วงรอบปกติ ทร."
“ใครได้-ใครเสีย” ชำแหละ 13 ข้อตกลงหยุดยิง “ไทย-กัมพูชา”
คดีสูญหาย (พริก) "กะเหรี่ยง" ชำแหละวิถีคน "หนองหญ้าปล้อง"
ชำแหละ 7 ประเด็น ย้าย
กลยุทธ์เชิงรุก โยก
