วันนี้ (2 เม.ย.2569) "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แถลงความคืบหน้าถึงการสู้รบกับอิหร่าน โดยกล่าวว่าตนเลือกแนวทางทางการทูตเป็นอันดับแรกเสมอ แต่อิหร่านปฏิเสธ รวมถึงอาวุธที่ไม่มีใครคิดว่าอิหร่านมี เราก็ถล่มอย่างสิ้นซาก"
"ทรัมป์" กล่าวว่า "เป้าหมายของปฏิบัติการชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรก และทำลายกองทัพเรือ ทำลายกองทัพอากาศ และทำลายอุตสาหกรรมทางทหารในการผลิตอาวุธ ขีปนาวุธถูกทำลายเกือบหมดแล้ว และอิหร่านจะไม่สามารถสนับสนุนผู้ก่อการร้ายได้อีกต่อไป"
"ทรัมป์" กล่าวอีกว่า ในการทำสงคราม 32 วัน ได้ทำลายอิหร่านไปมากแล้ว ขณะที่สงครามในอดีตใช้เวลานานกว่านี้มาก และย้ำว่าขณะนี้ใกล้ที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ คาดว่าในอีก 2-3 สัปดาห์ก็ใกล้จะสำเร็จ
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า "ไม่ต้องการน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซ เพราะมีน้ำมันเพียงพอแล้ว ซึ่งประเทศที่ได้ประโยชน์จากช่องแคบฮอร์มุซต้องไปดูแลกันเอง ปฏิบัติการทำสงครามกับอิหร่านนี้เป็นการลงทุนเพื่อลูกหลาน"
อย่างไรก็ตาม สื่อตั้งข้อสังเกตในการแถลงข่าวครั้งนี้ว่า "ทรัมป์" ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการยุติการสู้รบครั้งนี้แต่อย่างใด รวมถึงไม่ได้กล่าวถีงเส้นตายในการเจรจาเพื่อยุติหารสู้รบกับอิหร่านแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าวของ "ทรัมป์" "มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกที่ระบุว่า ต้องการส่งสารถึงชาวอเมริกัน โดยเรียกร้องให้ชาวอเมริกัน ตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการทำสงครามว่า ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาวอเมริกันจริงหรือไม่ รวมถึงการบิดเบือนภาพลักษณ์ของอิหร่านให้ถูกมองเป็นภัยคุกคาม ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน พร้อมทั้งย้ำด้วยว่า อิหร่านไม่ได้มองชาวอเมริกันทั่วไปเป็นศัตรู
จดหมายฉบับนี้ระบุว่า สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงสงครามครั้งนี้ในฐานะตัวแทนของอิสราเอล ถูกบงการโดยระบอบการปกครองของอิสราเอล ซึ่งปฏิบัติการทางทหารนี้กำลังทำลายสถานะของสหรัฐฯ ในเวทีโลกให้แย่ลงยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมทั้งย้ำว่า การกระทำของอิหร่านเป็นการป้องกันตัวและอิหร่านไม่เคยคิดที่จะรุกรานเพื่อนบ้านด้วย
ปธน.อิหร่านขอชาวอเมริกันตั้งคำถามกับการทำสงคราม
"ทรัมป์" เข้าฟังศาลสูงสุดสหรัฐฯ พิจารณาคดีสิทธิพลเมืองผู้อพยพด้วยตนเอง
อิหร่านปฏิเสธคำอ้าง "ทรัมป์" ชี้ไม่ใช่ฝ่ายร้องขอหยุดยิง
