เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2569 ตามเวลาท้องถิ่น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ Financial Times โดยระบุว่า เขาต้องการยึดน้ำมันในประเทศอิหร่าน และอาจยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมัน ในขณะที่สหรัฐฯ ส่งทหารหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังบอกว่า ความต้องการของเขาคือ การยึดน้ำมัน โดยเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งสหรัฐฯ ตั้งใจจะควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมัน “อย่างไม่มีกำหนด” หลังจากจับกุมนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
ความคิดเห็นของทรัมป์ เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้ผลักดันตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะวิกฤตและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ในหนึ่งเดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้นเหนือ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันจันทร์ในเอเชีย ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง
ทรัมป์กล่าวว่า “พูดตามตรง สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการยึดน้ำมันจากอิหร่าน แต่คนโง่บางคนในสหรัฐฯ ถามว่า ‘ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น?’ แต่พวกเขาก็แค่คนโง่”
นอกจากนี้ “ทรัมป์” ได้เสริมกำลังทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ โดยกระทรวงกลาโหมสั่งการให้ส่งทหาร 10,000 นายที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อยึดและรักษาดินแดน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 มี.ค.2569) ทหารประมาณ 3,500 นายได้เดินทางมาถึงภูมิภาคนี้แล้ว
รวมถึงนาวิกโยธินประมาณ 2,200 นาย นาวิกโยธินอีก 2,200 นายกำลังเดินทางมายังภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกันก็มีคำสั่งให้ส่งทหารอีกหลายพันนายจากกองพลทหารราบที่ 82 ไปยังภูมิภาคนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การโจมตีศูนย์กลางการส่งออกนั้นมีความเสี่ยงสูง เพิ่มโอกาสที่ฝ่ายสหรัฐฯ จะสูญเสียกำลังพลมากขึ้น และยืดเยื้อค่าใช้จ่ายและระยะเวลาของสงครามออกไป
นอกจากนี้ “ทรัมป์” ยังกล่าวอีกว่า “บางทีเราอาจจะยึดเกาะคาร์ก หรืออาจจะไม่ยึดก็ได้ เรามีทางเลือกมากมาย”
“ทรัมป์ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การป้องกันของอิหร่านบนเกาะคาร์ก เขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าพวกเขามีการป้องกันใด ๆ เราสามารถยึดมันได้อย่างง่ายดาย”
อย่างไรก็ตาม แม้จะขู่ว่าจะยึดการผลิตน้ำมันของอิหร่าน แต่ทรัมป์เน้นย้ำว่า การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่าน “ผู้แทน” ชาวปากีสถานกำลังคืบหน้าไปได้ด้วยดี
โดย “ทรัมป์” กำหนดเส้นตายไว้ที่วันที่ 6 เม.ย. สำหรับอิหร่านที่จะต้องยอมรับข้อตกลงยุติสงคราม มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการโจมตีภาคพลังงานของสหรัฐฯ
เมื่อถูกถามว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะสามารถบรรลุได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่น้ำมันหนึ่งในห้าของโลกไหลผ่านนั้น กลับมาเปิดได้อีกครั้งหรือไม่ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจง โดยระบุว่า “เราเหลือเป้าหมายอีกประมาณ 3,000 เป้าหมาย – เราทิ้งระเบิดไปแล้ว 13,000 เป้าหมาย – และยังมีอีก 2,000 -3,000 เป้าหมายที่ต้องจัดการ” เขากล่าว “ข้อตกลงน่าจะทำได้ค่อนข้างเร็ว”
อ่านข่าว :
"ปากีสถาน"เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
อิหร่านขู่โจมตีมหาวิทยาลัยอเมริกัน-อิสราเอลในภูมิภาค
คะแนนนิยม "ทรัมป์" ลดฮวบ สาเหตุจากสงครามในอิหร่านทำให้ประชาชนวิตก
