"ฟิลิปปินส์" เผชิญวิกฤตเชื้อเพลิง ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน

ต่างประเทศ
06:37
จำนวนผู้ชม 8,150
"ฟิลิปปินส์" เผชิญวิกฤตเชื้อเพลิง ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน
"ฟิลิปปินส์" เป็นประเทศแรกของโลกที่ประกาศภาวะฉุกเฉินทางพลังงาน เนื่องจากนำเข้าน้ำมันเกือบ 100% จากกลุ่มประเทศอ่าวในตะวันออกกลาง ท่ามกลางภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงและราคาพุ่งสูงทั่วโลก

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินทางพลังงานระดับประเทศ โดยระบุว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง คุกคามความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ในการประกาศภาวะฉุกเฉิน ผู้นำฟิลิปปินส์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร อนุญาตให้รัฐบาลดำเนินมาตรการจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลกและเศรษฐกิจในประเทศได้ โดยภาครัฐได้รับคำสั่งให้จัดการปัญหาการกักตุนเชื้อเพลิง ค้ากำไรเกินควร และอื่นๆ

ภาพประกอบข่าว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ระบุว่า มีน้ำมันเบนซินสำรองเพียงพอสำหรับ 53 วัน น้ำมันดีเซล 46 วัน และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานประมาณ 39 วัน โดยราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นถึง 2 เท่านับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น โดยทะลุ 120 เปโซ (หรือประมาณ 2 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อลิตร

ฟิลิปปินส์นำเข้าน้ำมันถึงร้อยละ 98 จากตะวันออกกลาง ทำให้เป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่เปราะบางที่สุดต่อการหยุดชะงักของอุปทานในภูมิภาคดังกล่าว และเมื่ออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ฟิลิปปินส์จึงต้องหันไปพึ่งพารัสเซีย จีน รวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อจัดหาเชื้อเพลิง

หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งได้เปลี่ยนมาทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อประหยัดพลังงาน และมาร์กอสได้เรียกร้องให้ประชาชนใช้ระบบทางเดียวกันไปด้วยกัน (Car pool)

ภาพประกอบข่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนคนละ 5,000 เปโซ ให้กับคนขับรถสามล้อและรถจี๊ปนีย์หลายหมื่นคนในกรุงมะนิลา ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

มาร์กอสกำลังเผชิญความกดดันอย่างหนัก ในการจัดการกับสถานการณ์นี้ โดยกลุ่มพันธมิตรแรงงานขนส่งเรียกร้องให้มีการประท้วงใหญ่ทั่วกรุงมะนิลาในวันที่ 26-27 มี.ค. เพื่อคัดค้านราคาที่พุ่งสูงขึ้นและสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นมาตรการที่ไม่เพียงพอของรัฐบาล

ขณะที่เหล่านักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ผลกระทบอาจรุนแรง โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียรายได้จากการส่งเงินกลับประเทศของชาวฟิลิปปินส์หลายพันคนที่ทำงานในตะวันออกกลาง

ภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่ มาตรการฉุกเฉิน

การที่ฟิลิปปินส์ประกาศ "ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติ" (State of National Energy Emergency) ไม่ใช่เรื่องเดียวกับหลายประเทศที่ประกาศ "มาตรการประหยัดพลังงานหรือมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน"

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในโลกที่ใช้คำนี้อย่างเป็นทางการ (ณ วันที่ 25 มี.ค.2569) เพื่อมอบอำนาจทางกฎหมายพิเศษให้รัฐบาล สามารถซื้อน้ำมันโดยตรง จัดการกระจายเชื้อเพลิงและสินค้าจำเป็น ควบคุมราคา และจำกัดกิจกรรมบางอย่างได้ทันที ถือเป็นการยกระดับสถานการณ์สู่ขั้น "ฉุกเฉิน" มีผลผูกพันทางกฎหมายเต็มรูปแบบ

ต่างจากประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ที่ยังใช้เพียงมาตรการประหยัดพลังงาน เช่น ทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ หรือให้เงินอุดหนุน จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าขณะนี้มีหลายประเทศในเอเชียและยุโรปต่างตอบสนองด้วยมาตรการฉุกเฉินหรือประหยัดพลังงาน แต่ยังไม่มีประเทศใดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติแบบฟิลิปปินส์ ได้แก่

  • ศรีลังกา ประกาศให้ทุกวันพุธเป็นวันหยุดราชการเพื่อประหยัดน้ำมัน
  • บังกลาเทศ ปิดมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนชั่วคราว, จำกัดการขายน้ำมัน, ใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้าแทนน้ำมัน
  • ปากีสถาน ข้าราชการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน, ปิดโรงเรียน 2 สัปดาห์, ให้นักเรียน นักศึกษาเรียนออนไลน์, ห้ามรัฐมนตรีรับเงินเดือน 2 เดือน
  • อียิปต์ ปิดห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร ภายใน 21.00 น. (วันธรรมดา) และ 22:00 น. (วันพฤหัส-ศุกร์) เป็นเวลา 1 เดือน, ลดไฟสาธารณะและปิดไฟโฆษณาข้างถนน
  • เวียดนาม เรียกร้องให้ธุรกิจและประชาชนทำงานจากบ้านและลดการใช้รถยนต์
  • อินเดีย ปรับราคาก๊าซหุงต้มขึ้นครั้งแรกในรอบปี, สั่งโรงกลั่นเพิ่มการผลิต LPG สูงสุด
  • สหภาพยุโรป ยังไม่มีประเทศใดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติแบบฟิลิปปินส์ แต่ได้หารือร่วมกันที่การประชุมสุดยอดเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2569 เพื่อเตรียมมาตรการเพิ่มเติม

อ่านข่าว :

"ทรัมป์" อ้างอิหร่านอยากทำข้อตกลง สื่อรายงานสหรัฐฯ ยื่น 15 ข้อเสนอยุติสงคราม

“สีหศักดิ์” เผย “อิหร่าน-โอมาน” เข้าถึง 3 ลูกเรือ “มยุรี นารี” แล้ว

"อิหร่าน" แจ้งเรือไทย 1 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย