"ทักษิณ" ในมือ "เพื่อไทย" จบยุคเคยใหญ่ ใต้ร่มเงา "รัฐบาลสีน้ำเงิน"

การเมือง
15:12
จำนวนผู้ชม 3,700
"ทักษิณ" ในมือ "เพื่อไทย" จบยุคเคยใหญ่ ใต้ร่มเงา "รัฐบาลสีน้ำเงิน"
Botnoi Voice

อีก 2 เดือน อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” วัย 77 ปี ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นเวลา 6 เดือน ก็จะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ในวันที่ 10 พ.ค. 2569  และถัดจากนั้นอีกวันหนึ่ง ( 11 พ.ค.2569) ก็จะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ หลังศาลฎีกามีคำสั่งบังคับโทษเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568 เป็นเวลา 1 ปี

หากดูไทมไลน์การเมืองและการปล่อยตัว “ทักษิณ” แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการตั้ง “รัฐบาลภูมิใจไทย” แต่อาจคาบเกี่ยว มีการประเมินว่า หลังเสร็จขึ้นตอนรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางวันที่ 15 มี.ค.นี้ จะเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี

ภาพประกอบข่าว

และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง หากได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่งจำนวน 250 เสียง จากทั้งหมด 500 เสียง ซึ่งขณะนี้ “ค่ายสีน้ำเงิน” มีคะแนนเสียงรัฐบาลผสมตุนไว้แล้วจำนวน 292 เสียง

ระหว่างนี้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคแกนนำ ที่ต้องร่วมกันเสนอรายชื่อรัฐมนตรีและตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งครม. เพื่อให้รัฐบาลใหม่สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ในช่วงปลายเดือนเม.ย. หรืออย่างช้าสุดช่วงต้นเดือนพ.ค.2569 ก่อนจะเข้าบริหารประเทศเต็มรูปแบบ  

สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรี ตามสัดส่วนของ “ค่ายน้ำเงิน” ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง โดยมีกระทรวงหลัก ๆ สำคัญด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ภาพประกอบข่าว

ส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีสส.76 คน แบ่งตามโควตา ได้ 8 คน 9 เก้าอี้ ประกอบด้วยตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีช่วยอีก 3 ตำแหน่ง

มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า แม้จะข้อถกเถียงภายในพรรค ฯ แต่ตำแหน่งที่นิ่งแล้วคือรัฐมนตรีหลัก  5 เก้าอี้ มี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผอ.การเลือกตั้งพรรค ฯ จะนั่งควบรองนายกฯและเก้าอี้รมว.เกษตรและสหกรณ์

ขณะที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จะนั่งในตำแหน่งรมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วน “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นั่งรมว.แรงงาน และ ”บ้านใหญ่โคราช” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล จะได้นั่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ภาพประกอบข่าว

เช่นเดียวกับ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย คาดได้นั่ง รมว.ศึกษาธิการ แม้สะเก็ดคดีพิเศษที่ 148/2568 คดีธุรกิจสแกนม่านตา แลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้โครงการ Worldcoin ยุคนั่งเก้าอี้รมว.ดีอี รัฐบาลเพื่อไทย จะยังไม่สะเด็ดน้ำ

โดยโบ้ยว่า ผู้แนะนำกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ให้ทำ MOU คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม อีกทั้งยังมีเรื่องถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งปี 2568  

แม้ทั้ง 2 คดีจะอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของดีเอสไอและป.ป.ช. และยังไม่ได้ชี้มูลความผิดใครทั้งสิ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีชื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกรอบ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคอย่างเลี่ยงไม่ได้

ยังไม่รวมอีก 3 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วย ซึ่งมีผู้ท้าชิงถึง 7 คน ทั้งโควตาบ้านใหญ่สกลนคร พัฒนา สัพโส บ้านใหญ่สกลนคร เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย ศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี 2 สมัย ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย 2 สมัย และ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมทั้งโควตากลาง ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

มีรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.2569) ทางพรรคเพื่อไทย จะนำรายชื่อรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยมาส่งให้ "อนุทิน" นายกฯที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เวลา 13.30 น. โดยรายชื่อที่เสนอมาเกินกว่าตำแหน่งที่ได้รับ เนื่องจากต้องส่งให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบคุณสมบัติ ตามบรรทัดฐานใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญ

ภาพประกอบข่าว

กลับมาที่อดีตนายกฯ “ทักษิณ” แม้ครอบครัวชินวัตร “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า บิดาส่งสัญญาณลามือทางการเมืองแล้ว โดยอาจเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ แต่หากพิจารณาเงื่อนไขการพักโทษของกรมราชทัณฑ์ แม้อดีตนายกฯ ไม่ต้องใส่กำไลอีเอ็ม แต่ยังต้องไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม

ภาพประกอบข่าว

หลังครบเวลารับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน “ทักษิณ” จะเหลือการพักโทษคุมประพฤติอีก 4 เดือน จึงจะครบตามกำหนดโทษ 1 ปี  ในวันที่ 9 ก.ย.2569 เมื่อครบกำหนด จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจำ ทว่าคดีความยังไม่สิ้นสุด เนื่องจาก “ทักษิณ” ยังมีคดีชั้น14 ความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด ในการย้ายตัวไปโรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกฯ ก็ยังมีคดีรอต่อคิว

ไม่ว่าจะสมัครใจวางมือ หรือถูกมัดมือชก ทางการเมือง “ตระกูลชินวัตร” และพรรคเพื่อไทย อาจยากฟื้นคืนความนิยม หากวัดจากผลการเลือกตั้งและจำนวนสส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เป็นตัวชี้ขาด ถือเป็นการ “จบยุค” เคยใหญ่ ในรัฐบาลสีน้ำเงินหรือไม่ อนาคตจะตอบคำถาม

 

 อ่านข่าว

สกัดใคร? ออกหมายจับ "เบน สมิธ" เกมภูมิใจไทย “เตะตัดขา”

จับกระแสการเมือง : วันที่ 27 ก.พ.2568 สยบข่าว ดีลฉกงูเขียวกล้าธรรม คดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนทองคำ ป.ป.ช.พ่นพิษ

เบื้องลึก! ปลิดทิ้ง "ไทรวมพลัง" ปูนบำเหน็จ "เลือดใหม่" ภูมิใจไทย