มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน

สังคม
11:52
จำนวนผู้ชม 4,430
มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน
Botnoi Voice
ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ กว่า 200 คน รวมตัวหน้าสถานทูตอิหร่าน วางดอกไม้ร่วมไว้อาลัยต่อความสูญเสีย “อยาตุลลอฮ อาลี คาเมเนอี”

วันนี้ (8 มี.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ รวมกลุ่มกว่า 200 คน เดินทางไปที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ถ.สุขุมวิท คลองตันเหนือ เพื่อจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ นำดอกไม้วางไว้ด้านในสถานทูตอิหร่าน เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น และนำหนังสือประกาศจุดยืนไปมอบให้กับนายนัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย

ภาพประกอบข่าว มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน

ทั้งนี้ มีกำลังตำรวจ 30 นาย จาก สน.ทองหล่อ, สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 และตำรวจสันติบาล ดูแลความปลอดภัยตลอดการรวมตัว และปิดการจราจรบริเวณหน้าสถานทูตอิหร่านเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00–11.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้มาร่วมกิจกรรม

นายอาลี ชาฮุไซนี ตัวแทนกลุ่มชาวชีอะห์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ ไม่ได้เป็นการรวมตัวของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน แต่เป็นตัวแทนของชาวชีอะห์ที่มีความเคารพและศรัทธาต่อ “อยาตุลลอฮ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่นอกจากเป็นผู้นำประเทศแล้ว ยังถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชีอะห์ทั่วโลก

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ชาวชีอะห์ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวชีอะห์ 40,000–45,000 คน จึงมีการแสดงจุดยืนว่าในประเทศไทยก็มีผู้ที่รักและเคารพผู้นำอิหร่าน และรู้สึกเสียใจต่อการจากไปจากเหตุลอบสังหาร

ภาพประกอบข่าว มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน

นายอาลี กล่าวว่า การรวมตัวที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในวันนี้ เป็นการเลือกใช้วิธีการที่สันติ เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลและประชาชนชาวอิหร่าน แม้จะสามารถไปแสดงออกที่สถานทูตสหรัฐ หรืออิสราเอลก็ได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยขอความร่วมมือให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและรักษาความสงบ ประกอบกับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นคนไทย จึงเลือกวิธีที่สงบที่สุด

อ่านข่าว :

คนไทยชุดแรก 62 คน อพยพจากอิหร่านถึงตุรกีอย่างปลอดภัย กลับไทย 8-9 มี.ค.

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน

"ทรัมป์" เหน็บอังกฤษ ระบุ "สหรัฐฯไม่ต้องการประเทศที่เข้าร่วมสงครามหลังเราชนะแล้ว"