วันนี้ (25 ก.พ.2569) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ นำหลักฐานเอกสารรูปภาพ และโฉนดที่ดินซึ่งอ้างว่า ถูกบุกรุกแผ้วถาง เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ครูบาชัยวัฒน์ คณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุขทุกคนที่เกี่ยวข้อง
นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจร่วมกับกรมป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบการครอบครองที่ สปก. ของสำนักปฏิบัติธรรมชนะใจ ต.หนองย่างเสือ อ.หมวกเหล็ก จ.สระบุรี ของพระชัยวัฒน์ อคฺคชโย หรือ ครูบาชัยวัฒน์ ซึ่งบวชได้เพียง 2 พรรษา แต่พบว่าบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของ สปก.
มีการตัดต้นไม้ทำลายป่าไม้ และปลูกสร้างสถานปฏิบัติธรรม มีการเชิญชวนซื้อกุฏิเพื่อปฏิบัติธรรมหลังละ 500,000 บาท และสร้างกุฏิพระสงฆ์มีการถมที่ทำถนนเป็นจำนวนกว่า 100 ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ไร่
ยื่นหลักฐานให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ป่านแก้ว
ต่อมาในวันที่ 19 มี.ค.2566 พระราชวชิรสุธี เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส อารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต) ซึ่งเป็นวัดต้นสังกัดของพระชัยวัฒน์ มีคำสั่งให้กลับต้นสังกัดภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 26 ก.พ.2569 ต่อมาพระชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์สื่อโดยเฉพาะรายการโหนกระแสว่า ทำในนามมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุขทั้งการก่อสร้าง การเรี่ยไร การดำเนินการใด ๆ ก็ทำในนามมูลนิธิดังกล่าว
ดังนั้น มูลนิธิทนายกองทัพธรรม จึงตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้ง มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข จึงทราบว่าจดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2567 มีกรรมการ ทั้งหมด 8 คน ได้แก่ พระจิรายุเดช ธรรมวานิช เป็นประธานกรรมการ มี พล.ร.ต.วิษณุสรรค์ ศรีแก่นจันทร์ เป็นรองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ รวมถึงจากคำให้สัมภาษณ์ของพระชัยวัฒน์ แสดงว่าการที่มีผู้บุกรุกเข้าไปในที่ดิน สปก. ดังกล่าว ประมาณ 2,000 ไร่ นอกจากพระชัยวัฒน์แล้วยังมีมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุขซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการจำนวน 8 คน
นอกจากนี้ ยังมองว่า จากการเสนอข่าวของสื่อมวลชน พบว่ามีการปักเสาไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ วางเสาไฟฟ้าโดยเอกชน ถมที่ตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะต้นกระถินป่า ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ในอดีตกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับทหารได้นำเมล็ดมาโปรยโดยการนำขึ้นเครื่องบินไปทั่วบริเวณดังกล่าว และยังปลูกไม้อีกหลายชนิด ก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม กุฏิสงฆ์ ปลูกต้นไม้ไผ่สไตล์ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก
นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ
การกระทำดังกล่าวไม่น่าที่จะทำเพียงลำพังคนเดียว มูลนิธิทนายกองทัพธรรมจึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถ้าพบการกระทำความผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคล เช่น พระชัยวัฒน์ อคฺคชโย หรือ ครูบาชัยวัฒน์ มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข, คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทุกคน, เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ผู้รับเหมาติดตั้งไฟฟ้าเอกชน, เจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดสระบุรีที่เกี่ยวข้อง, ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ดำเนินการก่อสร้างอาคารและถนนตัดต้นไม้ในพื้นที่ บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ส่วนของพระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข กำลังตรวจสอบว่า สังกัดวัดใด โดยตัวเองจะยื่นเรื่องขอสอบอธิกรณ์ เช่นเดียวกับพระชัยวัฒน์ ที่มูลนิธิยื่นสอบอธิกรณ์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ที่ยื่นหนังสือขอให้ตั้งสอบอธิกรณ์พระชัยวัฒน์ ที่ถือเอาที่ดินของรัฐเป็นของตน ตัดต้นไม้ซึ่งเป็นของรัฐ โดยเฉพาะต้นกระถินป่า ที่ถูกตัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการบุกรุกที่ป่าที่ สปก. อันเข้าข่ายความผิดทางพระวินัย ครุกาบัติฐานอทินนาทาน ทุติยปาราชิก และความผิดตามพระวินัย ฐานอื่น ๆ
สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ ยืนยัน ไม่เจตนารุกที่ป่า หากผิดพร้อมคืน
“สว.ชีวะภาพ” เผยผลตรวจสอบรีสอร์ทร้องศาลปมสีดอหูพับ พบรุกที่ป่าสงวน
รุก สปก. 2 พันไร่ "วัดป่าชนะใจ" ผิดกฎหมาย "ลอบใช้ที่ดินรัฐ"
ตรวจสอบ "วัดป่าชนะใจ" รุกที่ป่า-ส.ป.ก. 2,000 ไร่ เรี่ยไรเงินสร้างกุฏิหลังละ 5 แสนบาท
