ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"ยกเลิก" MOU 44 ไทย-กัมพูชา "สัญญาใจ" มัดรัฐบาลภูมิใจไทย

การเมือง
14:29
1,097
"ยกเลิก" MOU 44 ไทย-กัมพูชา "สัญญาใจ" มัดรัฐบาลภูมิใจไทย
อ่านให้ฟัง
09:23อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

“การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย” ข้อความตอนหนึ่งในเพจเฟซบุ๊กที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2569 ในช่วงโค้งสุดท้ายบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อนุทินประกาศว่า  หากพรรคภูมิใจไทย​ กลับมาเป็นรัฐบาล​ อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี​ สีหศักดิ์​ เป็นรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ​ ศุภจี​ รองนายกฯ ​และ รมว.พาณิชย์​ เอกนิติ เป็นรองนายกฯ และ รมว.คลัง​ กระทรวงเหล่านี้​ ภูมิใจไทย​จองแล้ว​ ใครก็มาไม่ได้

“มาแล้วรัฐบาลของผมจะยกเลิก MOU 44 ทันที ไม่มีคำว่า 50-50 ​เรื่องผลประโยชน์ 50 -50 จากการแบ่งทรัพยากรในทะเล​ ตามที่เคยมีรัฐบาลเสนอ​ไว้​ จะไม่มีอีกต่อไป ส่วน​ MOU 43 จะขอให้ รมว.ต่างประเทศ เร่งดำเนินการให้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพนำเสนอแนวทางมาให้รัฐบาลพิจารณาและจะตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติ ยืนยันได้ พูดได้เลย ประเทศไทยจะไม่มีวันเสียเปรียบและเสียดินแดน ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยหลังวันที่ 8 ก.พ.2569” ข้อความการปราศรัยในช่วงหนึ่ง

การเลือกตั้งสิ้นสุด พรรคภูมิใจไทยเก้าอี้ สส.เขตและ สส.บัญชีรายชื่อ 193 คน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเป็นลำดับ 1 แม้ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยังไม่ได้ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลภูมิใจไทย ก็เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประกาศจะทำตามแนวนโยบายที่ประกาศไว้

 “อนุทิน” โพสต์ข้อความว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูตและการทหาร โดยยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย

และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทย ต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด…ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป

การโพสต์หน้าเพจส่วนตัวของนายกฯ อนุทิน เสมือนสัญญาใจและเป็นการตอกย้ำว่า พร้อมเอาจริงกับการยกเลิก MOU 44 อย่างแน่นอน จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ได้มีการส่งสัญญาณชัดเจน โดยสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม ศึกษาทางเลือกเพื่อยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2544 ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน

“การคงบันทึกความเข้าใจนี้ไว้ ไม่ได้นำไปสู่ความคืบหน้าในประเด็นใด ๆ จึงไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่การยกเลิกต้องทำอย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย และแนวทางที่เหมาะสม ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ” คำกล่าวของนายกรัฐมนตรี

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2568 -17 ก.พ.2569 หลังไทย-เขมร ลงนามเจรจาหยุดยิงตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพไทยสามารถทวงคืนพื้นที่อธิปไตยจากการอ้างอิงหลักฐานเขตแดนจากแผนที่ 1:50,000 ซึ่งถูกเขมรรุกล้ำเข้ามา ในเขตพื้นที่อีสานใต้ 4 จังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี และภาคตะวันออก 3 จังหวัด สระแก้ว จันทบุรี และตราด ตามข้อตกลงหลัก “ยึดตรงไหน ทหารไทยปักหลักอยู่ตรงนั้น”

ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แม้จะหยุดยิงไปแล้ว แต่ทางฝั่งกัมพูชายังมีการยั่วยุเป็นระยะ ๆ ทั้งการนำกำลังและอาวุธเข้ามาสังเกตการณ์และพูดคุยใกล้แนวคอนเทนเนอร์บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว จนทำให้กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ต้องทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังภูมิภาคที่ทหารที่ 5 ของกัมพูชา เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา และอีกหลายจุดในพื้นที่ด้านแนวรบพระวิหาร

แม้รัฐบาลรักษาการ “อนุทิน” จะยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา ได้อย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการปักปันเขตแดน เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ แต่การสร้างรั้วชายแดนจำเป็นต้องเกิดขึ้น ควบคู่กับการยกเลิก MOU 44 หรือบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน

ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า โดยหลักการการยกเลิก MOU 44  สามารถทำได้และมีกระบวนการที่ต้องทำ ซึ่งก็ต้องดูว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปศึกษา ซึ่งขั้นตอนการยกเลิกต้องไปดูกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงในการประชุม ว่าสามารถทำได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องให้ยกเลิก MOU 44 ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และเคยเกิดขึ้นมาหลายรอบ ตั้งแต่ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มติครม.เห็นชอบให้ยกเลิกไปแล้ว และยังมีผลผูกพันอยู่  ล่าสุดหลังเกิดเหตุปะทะไทย-เขมร รอบแรกกลุ่มของ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานกรรมการมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และนักวิชาการ เช่น ดร.ธเนศ สุจารีกุล, ดร.สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม, มล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ บุรุษรัตนพันธุ์ เคยเข้ายื่นหนังสือต่อ “อนุทิน” เมื่อเดือน ต.ค.2568

โดยข้อความในเอกสารส่วน MOU 2544 ระบุว่า การเจรจาไม่สามารถคืบหน้าได้ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลส่วนหนึ่งของการจัดทำเขตแดนทางบกตาม MOU 2543 ไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักเขตที่ 73 ซึ่งเป็นหลักจุดเริ่ม ต้นการแบ่งเขตทางทะเลยังไม่แล้วเสร็จ

ประเทศกัมพูชายึดเส้นไหล่ทวีปที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายทะเลสากล และกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้พื้นที่อ้างสิทธิไหล่ทวีปใหญ่เกินจริง ละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย และเกินสิทธิของประเทศกัมพูชา ประกอบกับพื้นที่ที่อ้างว่า จะไปพัฒนาร่วมนั้น ยังเป็นพื้นที่อ้างเกินสิทธิของประเทศกัมพูชา และยังเป็นพื้นที่ตายตัวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ขัดประกาศพระบรมราชโองการ กำหนดเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย ลงวันที่ 18 พ.ค.2516 ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพราะผู้ไปเจรจาไม่มีอำนาจในการเจรจากำหนดเขตพัฒนาร่วมตายตัวได้เช่นนี้

ดังนั้น MOU2544 ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราวที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ประเทศไทยจึงมีสิทธิยกเลิก MOU 2544 ตามมาตรา 56 ของอนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ.1969

น่าจับตาหลังพรรคภูมิใจไทย ฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลสำเร็จแล้ว จะสามารถเดินหน้ายกเลิก MOU 2544 ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านการบริหารความมั่นคง สมกับมอตโต # พูดแล้วทำพลัส ได้จริงหรือไม่

 

อ่านข่าว : สูตรใหม่รัฐบาลอนุทิน "กล้าธรรม-เพื่อไทย" เงื่อนไข ไร้เงา "ธรรมนัส"

จับขั้วไหน "สูตรใหม่" รัฐบาลอนุทิน ชิงพรรคเล็ก "เสริมแกร่ง"