ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

9 เรื่องน่ารู้ของ "ตัวคุ่น" หรือ "ริ้นดำ" อันตรายแค่ไหน อาการหลังโดนกัด

สังคม
12:25
958
9 เรื่องน่ารู้ของ "ตัวคุ่น" หรือ "ริ้นดำ" อันตรายแค่ไหน อาการหลังโดนกัด

เมื่อไม่นานมานี้ โรงพยาบาลวังเหนือ จ.ลำปาง ออกแถลงการณ์ (16 ก.พ.2569) กรณี ชายอายุ 68 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดน่อง แพทย์เบื้องต้นตรวจไม่พบอาการผิดปกติรุนแรง แพทย์จึงวินิจฉัยเป็นกล้ามเนื้ออักเสบและให้ยากลับไปสังเกตอาการที่บ้าน

ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้ป่วยกลับมาเข้ารับการรักษาอีกครั้ง ด้วยอาการปวดน่องรุนแรงจนเดินไม่ได้ มีอาการชาน่อง และเริ่มพบผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงบริเวณใบหน้าและติ่งหู

ญาติจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสงสัยว่าผู้ป่วยอาจถูก "ตัวคุ่น" กัด ทีมแพทย์ตรวจพบภาวะ "ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง" (Sepsis) และมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงให้สารน้ำ ยาปฏิชีวนะ และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปางทันที ต่อมา ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงด้วย ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และ ระบบหายใจล้มเหลว

ในกรณีนี้ โรงพยาบาลย้ำว่า เกิดจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัย เฉพาะบุคคลหรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่รุนแรง ไม่ใช่ผลจากพิษของตัวคุ่นโดยตรง

แม้ตัวคุ่นจะไม่ใช่สาเหตุการเสียชีวิตโดยตรงในกรณีนี้ แต่ชื่อของแมลงขนาดเล็กชนิดนี้กลับถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า "ตัวคุ่น" หรือ "ริ้นดำ" แท้จริงแล้วอันตรายแค่ไหน ทำไมบางคนแค่คัน แต่บางคนกลับบวมหนัก

10 เรื่องน่ารู้ของตัวคุ่น (ริ้นดำ) ที่ควรรู้ไว้

..... แมลงตัวเล็ก ๆ สีดำ/เทาเข้ม บินเงียบ แต่กัดเจ็บจี๊ดจนต้องสะดุ้ง "ตัวคุ่น" (ฺBlack Fly) หรือที่หลายคนเรียกว่า "ริ้นดำ" แม้ขนาดจะเล็กเพียง คล้ายแมลงหวี่ แต่อานุภาพไม่เล็กตามตัว เพราะบางรายแค่โดนกัดไม่กี่จุด กลับบวมแดง ลามอักเสบ หรือถึงขั้นไข้ขึ้นได้ นี่คือ 10 เรื่องน่ารู้ของตัวคุ่น ที่ควรรู้ไว้ก่อนโดนกัด

1. ตัวคุ่น หรือริ้นดำ คือแมลงในสกุล Simulium ขนาดเล็ก สีดำ ลำตัวป้อม บินเร็ว มักพบใกล้แหล่งน้ำสะอาดที่ไหลผ่าน เช่น ใกล้ลำธาร น้ำตก ป่าเขา ที่ชื้นสูง

2. ทำไมกัดแล้วเจ็บมากกว่ายุง ต่างจากยุงที่ใช้เข็มเจาะดูดเลือด ตัวคุ่นจะ "กัด" ฉีกผิวหนังแล้วดูดเลือด ทำให้รู้สึกเจ็บทันที

3. พบมากช่วงไหน มักระบาดช่วงปลายฤดูหนาวต่อฤดูร้อน โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขา ป่า หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

4. อาการหลังโดนกัด ระยะอาการไม่คันทันที แต่จะเริ่มคันรุนแรงมากในวันถัดไป เป็นตุ่มแดง นูนแข็ง อาจมีน้ำเหลืองไหล หรือเป็นตุ่มใสได้

5. อันตรายแค่ไหน โดยทั่วไปไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่หากแพ้รุนแรงอาจเกิดอาการแพ้เฉียบพลัน ต้องรีบพบแพทย์ทันที

6. ทำไมบางคนบวมมาก เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อน้ำลายของตัวคุ่น ร่างกายแต่ละคนตอบสนองไม่เท่ากัน

7. ควรทำอย่างไรเมื่อโดนกัด ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็นลดบวม ทายาแก้คันหรือรับประทานยาแก้แพ้ หลีกเลี่ยงการเกา เพราะเสี่ยงติดเชื้อ และรอยดำฝังลึก

8. สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ ติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ปวด บวมแดงร้อน หรือมีไข้ร่วมด้วย แพ้รุนแรง หายใจลำบาก หน้า/ปากบวม เวียนศีรษะ (รีบพบแพทย์ด่วน) ลุกลาม ตุ่มขึ้นเยอะมากจนใช้ชีวิตลำบาก หรือแผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์

9. วิธีป้องกัน ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้ม แมลงคุ่นมักถูกดึงดูดด้วยสีเข้ม (น้ำเงิน ดำ) ใช้ยาทากันยุ่งที่มีส่วนผสมของ DEET (ความเข้มข้น 20-30%) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการไล่ตัวคุ่นได้ดี หลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณริมน้ำตก หรือลำธารในป่า ช่วงกลางวัน

แม้ "ตัวคุ่น" จะเป็นเพียงแมลงตัวเล็ก ๆ แต่ผลกระทบหลังถูกกัดอาจสร้างความรำคาญหรือรุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้แมลงกัดต่อย หากจำเป็นต้องเดินทางเข้าพื้นที่ธรรมชาติ ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม และสังเกตอาการตัวเองหลังถูกกัดเสมอ

อ้างอิงข้อมูล : โรงพยาบาลวังเหนือ จ.ลำปาง

"ถุงยาง" ขาดแคลน แคมป์โอลิมปิกฤดูหนาวป่วน

นักวิชาการ วิเคราะห์ ปมรับผิดชอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง (ไม่) ลับ

เตรียมตัวสู้ร้อน 2569 ป้องกันก่อนเจ็บป่วยจากอากาศร้อน

ครม.ไฟเขียว เปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณี WTO ปี 2569-2571