วันนี้ (16 ก.พ.2569) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ปฎิเสธถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ขณะนี้มีการเจรจาร่วมรัฐบาลกัน แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรมเก็บตัวเงียบทั้งวันหรือไม่ โดยระบุว่าตนไม่ได้เก็บตัวและยังประจำการอยู่ที่ตั้ง และติดตามข่าวสารจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง
และยืนยันว่าการเจรจายังไม่ได้มีการลงรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการและไม่ได้มีการต่อรองอะไรกันทั้งนั้น ตามหลักการแล้วการจัดตั้งรัฐบาลต้องดูความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าจะเซ็นรับรองผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือมีการนับคะแนนเกิน 95% หรือยัง ถึงจะมีการพูดคุยเจรจาในรายละเอียดจัดตั้งรัฐบาล
ส่วนกรณีที่พรรคอื่นๆ รวมถึงพรรคเพื่อไทย เข้าแสดงเจตจำนงในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นการแสดงความยินดีและแสดงเจตจำนงในการสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแต่พรรคกล้าธรรมยังไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้
พร้อมย้ำจุดยืน ยังคงประจำการอยู่ที่ตั้ง และตนเป็นคนที่ไม่เคยออกหน้าไปสู่ขอหรือออกตัว ขอเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลก่อน ส่วนใหญ่จะมอบหมายให้หัวหน้าพรรคหรือเลขาพรรค เป็นผู้ดำเนินการทุกครั้ง และขณะนี้ตนพูดคุยภายในพรรคแล้วว่าต้องรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้งก่อน และตามมารยาททางการเมืองต้องให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด เป็นผู้ดำเนินการนัดเจรจา
ส่วนกรณีที่นำเสนอข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และปูทางให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ย้ำว่า ยังไม่มีพรรค คนของพรรคการเมืองใด พูดถึงประเด็นนี้ มีเพียงสื่อนำเสนอข่าวรายวัน
สำหรับประเด็นที่พรรคการเมืองอื่นๆ ได้มีการพูดคุย และแสดงเจตจำนง ว่าจะไม่ขอร่วมกับพรรคกล้าธรรมนั้น ร.อ.ธรรมนัส เปรียบเทียบให้เห็นว่า เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตนเคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และมี สส. บางกลุ่มที่เป็นคนปล่อยข่าวปั่นกระแสให้เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกว้าง และปัจจุบันกลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ไปสังกัดอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ตนจึงไม่ทราบรายละเอียดว่าเขามีความคิดเห็นกันอย่างไร
ทั้งนี้ กรณีที่มีการปล่อยข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอยากได้กระทรวงเกษตรไว้บริหารเองหรือไม่ หากได้ร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า การเป็นนักการเมืองจะไปยึดกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ เป็นไปไม่ได้ และไม่มีการผูกขาดในการบริหารกระทรวงต่างๆ มองว่า การจัดสรรและการเจรจาอยู่ที่พรรคแกนนำไม่ใช่ตนจะอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการผิดมารยาททางการเมือง ย้ำว่า การเจรจาเป็นเรื่องสำคัญและขอให้ติดตามความชัดเจนจากคณะผู้บริหารพรรคกล้าธรรมเท่านั้น
ส่วนทิศทางของพรรคการเมืองขนาดเล็ก มีเพียงการพูดคุยว่าหากพรรคกล้าธรรม เดินไปทางใดก็จะขอร่วมอุดมการณ์ด้วยเท่านั้นเอง ส่วนสไตล์การทำการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่เคยทำใครก่อน และขณะนี้ยังไม่มีเรื่องบาดหมางใจอะไรกัน ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องมีการสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่ใช่การฮั้วเลือกตั้งหรือหลบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ร.อ.ธรรมนัส ยังปฏิเสธข่าวบาดหมางกับ นายเนวิน ชิดชอบ โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่ควรดึงบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในการหารือเพราะอาจจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ประเด็นที่พรรคประชาชน เชิญชวน พรรคกล้าธรรม มาร่วมตรวจสอบในการเป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า อย่าพึ่งคิดไกลไปกว่านั้น ขอให้รอความชัดเจน จาก กกต. ก่อน เพราะไม่รู้สถานการณ์จะออกมาในรูปแบบใด และผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะมีคนร้องเรียนความไม่โปร่งใสในหลายประเด็น และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล และปัจจุบันมีนักวิชาการหลายท่านโทรมาสอบถามในกรณีนี้ ซึ่งตนไม่ทราบในรายละเอียด
แต่หากสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้ว่า กกต. ทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรา 85 จริงๆ ย้ำว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หากความผิดเกิดจริงและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่พรรคกล้าธรรมก็มีความพร้อม และมั่นใจว่าคะแนนเสียงจะเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม
ส่วนกรณี ที่สื่อมวลชน มีการนำเสนอข่าวว่าพรรคการเมืองต่างๆ จะได้ประจำกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ เป็นเรื่องที่จะทำให้ข้าราชการกระทรวงทำงานลำบากมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้การดำเนินงานที่จะช่วยเหลือพี่ประชาชนติดขัด
จนท.สำรวจ "พะยูน" เกาะลิบง พบ 4 ตัว สุขภาพดี แต่ 1 ตัวมีเชือกพันครีบ
3 เร่งด่วน "ครม.อนุทิน 2" กับ "ปมการเมือง" ด่วน ที่เร่งเคลียร์
นักวิชาการ วิเคราะห์ ปมรับผิดชอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง (ไม่) ลับ
"ไผ่" ต่อสาย "ไชยชนก" "กล้าธรรม" ไร้ข้อต่อรองร่วมรัฐบาล
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










