เตรียมตัวให้พร้อม ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 ปีภาษี 2568 ช่วงต้นปี 2569 ที่จะต้องยื่นในช่วงเดือน "มกราคม-มีนาคม" ของทุกปี ผ่านสำนักงานสรรพากรใกล้บ้าน และยื่นภาษีทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ถึงต้นเดือน "เมษายน"
ยื่นภาษี เพื่อแสดงรายได้ และแหล่งที่มาของรายได้ โดยสามารถนำสิทธิต่าง ๆ เช่น เลี้ยงดูพ่อ แม่ ลูก บริจาคให้มูลนิธิ กองทุน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ มาลดหย่อนภาษี เพื่อรับเงินคืนได้
ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 (ปีภาษี 2568) ได้ถึงเมื่อไร
สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ในปี 2569 (ปีภาษี 2568)
- ยื่นแบบกระดาษ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2569
- ยื่นแบบออนไลน์ (ผ่าน e-Filing) ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569
ใครมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมาโดยมีสถานะ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
- บุคคลธรรมดา
- ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
- ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
- กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
- วิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
แบบแสดงรายการที่ใช้ยื่นภาษี มีแบบไหนบ้าง
- ภ.ง.ด. 90 มีเงินได้พึงประเมินทุกประเภท กำหนดเวลายื่น มกราคม - มีนาคม ของปีภาษีถัดไป
- ภ.ง.ด. 91 ใช้ยื่นกรณี มีเฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ม.40(1) ประเภทเดียว กำหนดเวลายื่น มกราคม - มีนาคม ของปีภาษีถัดไป
- ภ.ง.ด. 93 ใช้ยื่นกรณี มีเงินได้ขอชำระภาษีล่วงหน้า กำหนดเวลายื่น ก่อนถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบตามปกติ
- ภ.ง.ด. 94 ใช้ยื่นกรณี ยื่นครึ่งปีสำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินเฉพาะประเภทที่ 5, 6, 7 และ 8 กำหนดเวลายื่น กรกฎาคม - กันยายน ของปีภาษีนั้น
- ภ.ง.ด. 95 ใช้ยื่นกรณี คนต่างด้าวผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานจากสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค กำหนดเวลายื่น มกราคม - มีนาคม ของปีภาษีถัดไป
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 ระยะ
1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี เป็นการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้เฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5,6,7 หรือ 8 ที่ได้รับตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยยื่นภายในเดือน กันยายนของปีภาษีนั้น และภาษีที่เสียนี้นำไปเป็นเครดิตหักออกจากภาษีสิ้นปีได้
2.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี เป็นการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้พึงประเมินที่ได้รับแล้ว ในระหว่างปีภาษี โดยยื่นภายในเดือน มีนาคม ของปีถัดไป
ยื่นภาษีใช้เอกสารอะไรบ้าง
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/ภ.ง.ด. 91 ใช้เอกสาร ดังนี้
1. แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90/91: แบบฟอร์มสำหรับยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร
2. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ): เอกสารที่แสดงว่ามีการหักภาษีไว้ล่วงหน้า
3. เอกสารลดหย่อนภาษี: เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษี เช่น เอกสารหลักฐานการลงทุนในกองทุนต่างๆ (SSF, RMF, ThaiESG) , เอกสารแสดงการเลี้ยงดูบุพการี/ผู้พิการ, เอกสารแสดงการซื้อสินค้า/บริการ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (Easy E-Receipt, เที่ยวดีมีคืน), หนังสือรับรองการบริจาค, เอกสารอื่นๆ เช่น หนังสือรับรองการจ่ายเงินปันผลจากหุ้น/กองทุน และเอกสารแสดงการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ 2568
การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด.91 ผ่านอินเทอร์เน็ต ขั้นตอนการยื่นแบบฯ
1. เข้า website ของกรมสรรพากรที่ www.rd.go.th
2. เลือกรายการ e-FILING
3.เข้าใช้บริการครั้งแรก ให้เลือกรายการสมัครใช้บริการ
4.หลังจากนั้น เข้าระบบตามขั้นตอน ดังนี้
- เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้งาน (Username) และรหัสผ่าน (Password)
- เลือกเมนู "ยื่นแบบ"
- เลือกแบบภาษีที่ต้องการยื่นภาษี
- บันทึกข้อมูลแบบ หรือ อัปโหลดไฟล์ข้อมูลแบบ
- ยืนยันการยื่นแบบ
- แสดงผลการยื่นแบบ หมายเหตุ : ระบบจะส่งผลการยื่นแบบไปที่อีเมลที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้
- ชำระภาษี (กรณีมีภาษีที่ต้องชำระ)
5.ป้อนรายการข้อมูล ได้แก่ รายการเงินได้ ค่าลดหย่อน เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฯลฯ แล้ว คลิก "ตกลง" เพื่อยืนยันการยื่นแบบฯ
6.เมื่อได้ตรวจสอบรายการข้อมูลที่บันทึกและสั่งให้ระบบ "คำนวณภาษีแล้ว"
- กรณีไม่มีภาษีต้องชำระ
- โปรแกรมจะแจ้งผลการรับแบบและหมายเลขอ้างอิง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นแบบฯ
- กรมสรรพากรจะส่งใบเสร็จรับเงินทันที
- กรณีมีภาษีต้องชำระ
- หากเลือกวิธีชำระภาษีผ่าน e-payment ระบุธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่ และดำเนินการตามขั้นตอนของ ธนาคารนั้น
- หากเลือกวิธีชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระภาษีจะถูกส่งจากกรมสรรพากรไปยังธนาคารโดยตรง เมื่อผู้เสียภาษียืนยันการทำรายการของระบบชำระเงินของธนาคารแล้ว ธนาคารจะแจ้งผลการทำรายการ เช่น ผลการโอนเงิน การยกเลิกการทำรายการ เป็นต้น ส่งให้กรมสรรพากรแบบทันทีทันใด (Real Time)
- หากเลือกวิธีชำระภาษี ณ เคาน์เตอร์ ไปรษณีย์อัตโนมัติ (Pay at Post) ระบบจะแจ้งรายการข้อมูลเช่นเดียวกับ (2) เพื่อใช้เป็นข้อมูลนำไปชำระภาษี ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง (ยกเว้น ปณ.โสกเชือก จ. ร้อยเอ็ด และ ปณ.ชุมแสงสงคราม จ.พิษณุโลก
ขั้นตอนการชำระภาษี ต้องทำอย่างไรบ้าง
เมื่อได้ทำรายการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 ผ่านอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว และเป็นกรณีที่มีภาษีต้องชำระ ผู้ใช้บริการจะต้องชำระภาษีทั้งจำนวนในวันใดก็ได้ภายในกำหนดเวลายื่นแบบ โดยมีทางเลือกในการชำระภาษีวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้
1. การชำระภาษีผ่านบริการอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์
1.1 การชำระภาษีผ่าน e-payment เป็นระบบการชำระเงินพร้อมกับการยื่นรายการข้อมูลตามแบบ
- ผู้ใช้บริการต้องทำความตกลงกับธนาคารไว้แล้ว
- เลือกธนาคารที่ต้องการสั่งโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อชำระภาษี
- ทำรายการโอนเงินตามขั้นตอนของธนาคาร
- เมื่อทำรายการโดยครบถ้วนแล้วโปรแกรมจะแจ้ง หมายเลขอ้างอิง การยื่นแบบฯ และชำระภาษีให้
- กรมสรรพากรจะส่งใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่แสดงในแบบให้โดยเร็ว
1.2 การชำระวิธีอื่น
- เลือกบริการชำระภาษี
- ป้อนข้อมูลหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี รหัสควบคุม และจำนวนภาษีที่ต้องชำระที่ได้จากโปรแกรมการยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต
- หากข้อมูลตามข้อ (2) ถูกต้องธนาคารจะโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของท่านเข้าบัญชีกรมสรรพากรเพื่อชำระภาษี
- กรมสรรพากร จะส่งใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้ในแบบฯให้โดยเร็ว
** หมายเหตุ กรณีชำระผ่านเครื่อง ATM ต้องเป็นเครื่อง ATM ของธนาคารผู้ออกบัตรเท่านั้น
2. การชำระเงินทางไปรษณีย์ Pay at Post ให้นำรายการข้อมูลที่ได้รับจากระบบได้แก่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร รหัสควบคุม จำนวนเงินภาษี ไปชำระเงินภาษีอากรได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ (ยกเว้น ปณ. โสกเชือก จ.ร้อยเอ็ด และ ปณ.ชุมแสงสงคราม จ. พิษณุโลก) กรมสรรพากรจะส่งใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้ให้โดยเร็ว
หากไม่ชำระในกำหนดเวลาหรือชำระไม่ถูกต้องจะมีความรับผิดอย่างไรบ้าง?
เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ถือเป็นบทลงโทษเกี่ยวกับภาษีอากรอย่างหนึ่ง และอาจมีโทษทางอาญาด้วย แล้วแต่ความผิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรงขั้นไหน
1. กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในกำหนดเวลา ต้องระวางโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท
2. กรณีจงใจ แจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จหรือฉ้อโกง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท
3. กรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการจนถึงวันชำระภาษี
5. กรณีเจ้าพนักงานตรวจสอบออกหมายเรียก และปรากฏว่ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้แต่ชำระภาษีขาดหรือต่ำไป นอกจากจะต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มแล้ว ยังจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่าหรือ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระแล้วแต่กรณี เงินเบี้ยปรับดังกล่าวอาจลดหรืองดได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
ทั้งนี้ สามารถเช็กรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เมื่อพ้นกำหนดเวลา
"ภาษี" ควรยื่นช่วงไหนถึงจะดี
การยื่นภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นเรื่องดี สะท้อนถึงความรับผิดชอบและความพร้อมของผู้เสียภาษี แต่สำหรับผู้เสียภาษีบางกลุ่ม การรีบยื่นภาษีตั้งแต่ช่วงต้นปี อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะข้อมูลสำคัญหลายส่วนอาจยังไม่ครบถ้วน
ข้อมูล Tax Consent จากสถาบันการเงินอาจยังไม่ครบถ้วน สถาบันการเงินที่คุณซื้อสินค้าลดหย่อนภาษี เช่น กองทุนรวม RMF, LTF, SSF หรือประกันชีวิต มีหน้าที่ส่งข้อมูล Tax Consent ให้กรมสรรพากร ภายในวันที่ 15 มกราคม หากรีบยื่นภาษีในช่วงต้นเดือนมกราคม ข้อมูลลดหย่อนบางส่วนอาจยังไม่อัปเดตในระบบ
นายจ้างมีหน้าที่ส่งข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ของทุกปี หากเรายื่นภาษีก่อนหน้านั้น ข้อมูลเงินเดือน นายจ้างอาจส่งข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจทำให้เกิดการตกหล่นของเงินได้
นอกจากนี้ หากยื่นภาษีโดยที่ข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ การยื่นแก้ไขในภายหลังอาจต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภาษีใหม่ ซึ่งจะใช้เวลานาน และมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้น ขณะที่ การยื่นแบบหลังกลางเดือนมีนาคม เป็นต้นไป อาจต้องเผชิญกับปัญหาของระบบที่หนาแน่นไปด้วยผู้ที่รีบเข้ามายื่นภาษีก่อนพ้นกำหนดในช่วงสิ้นเดือนเช่นเดียวกัน
ช่วงที่เหมาะสมที่สุดอาจเป็นช่วง กลางเดือน กุมภาพันธ์ – กลางมีนาคม เพราะเอกสารรายได้และค่าลดหย่อนส่วนใหญ่ครบแล้ว
ใครควรยื่นเร็ว ใครควรรอ
- ควรยื่นเร็วได้ ยื่นได้เลยไม่ต้องรอ (ม.ค.–ต้น ก.พ.) รายได้ทางเดียว (เงินเดือนอย่างเดียว) เอกสารครบแน่นอน ต้องการขอคืนภาษีเร็ว
- ควรรอรอเอกสาร (ปลาย ก.พ.–มี.ค.) มีหลายแหล่งรายได้ ใช้สิทธิลดหย่อนจำนวนมาก ซื้อกองทุน / ประกันช่วงปลายปี ทำงานอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือธุรกิจส่วนตัว
(หมายเหตุ: หากมีความพร้อม สามารถยื่นได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอ เพื่อหลีกเลี่ยงการลืมยื่นภาษีภายหลัง)
ทำไม่ถึงต้องยื่นภาษี
การยื่นภาษีเงินได้ประจำปี เป็น "หน้าที่ตามกฎหมาย" ของผู้มีรายได้ในประเทศไทย แต่เหตุผลที่แท้จริงไม่ได้มีแค่นั้น แล้ว "ยื่นภาษีเพื่ออะไร" และ "ภาษีนำไปทำอะไร"
1.เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้รัฐตรวจสอบรายได้และคำนวณภาษีอย่างถูกต้อง หากไม่ยื่น หรือยื่นไม่ครบ อาจมีโทษปรับหรือเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
2. เป็นหลักฐานทางการเงินของตัวเอง การยื่นภาษีช่วยสร้างประวัติรายได้ที่เป็นทางการมีประโยชน์เมื่อต้อง ขอสินเชื่อบ้าน รถ หรือธุรกิจ ขอวีซาไปต่างประเทศ แสดงฐานะทางการเงิน
3. เพื่อขอคืนภาษี หลายคนถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ การยื่นภาษีทำให้สามารถ "ขอคืนเงินภาษี" ได้อย่างถูกต้อง
ทำไม่ต้องเสียภาษี นั้นเพราะรัฐมีความจำเป็นต้องนำเงินภาษีที่เก็บได้ไปใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศและกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม เช่น การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ถนน ไฟฟ้า ประปา การป้องกันประเทศ เป็นต้น
นอกจากนี้ รัฐนำเงินภาษีที่เก็บได้ไปจัดสรรเป็นงบประมาณ เพื่อใช้จ่ายด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา โรงเรียนและมหาวิทยาลัยของรัฐ เงินอุดหนุนเด็กนักเรียน ทุนการศึกษา ด้านสาธารณสุข บัตรทอง 30 บาท รักษาทุกที่
เตือนไว้ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
กรมสรรพากร ยังได้มีการย้ำแจ้งเตือนประชาชน ขณะนี้พบมิจฉาชีพได้พัฒนากลโกงในหลายรูปแบบโดยส่งอีเมลแอบอ้างเป็นกรมสรรพากร หากได้รับอีเมลดังกล่าว อย่ากดลิงก์, อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน, ให้ลบทิ้งทันที ยืนยัน "ไม่มีนโยบาย" ส่งอีเมลให้กดลิงก์เพื่อขอรับเงินคืนภาษี หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น หากมีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ที่ เว็บไซต์ กรมสรรพากร หรือ RD Intelligence Center 1161
ข้อมูล : กรมสรรพากร, Fahyada
เช็กข้อห้าม "ทำอะไรได้-ไม่ได้" ในวันเลือกตั้ง สส.-ออกเสียงประชามติ
กองทัพสานฝัน "ทหารอาชีพ" พลทหารออนไลน์ สู่ นักเรียนนายสิบ
“กาแฟ GI” ครองใจนักดื่ม ปี68 สร้างยอดขาย1.49 พันล้าน ตอกย้ำเอกลักษณ์กาแฟไทย










