ชาวบ้านริมทะเลสาบสงขลาเริ่มได้รับผลกระทบน้ำท่วม
สภาพหมู่บ้านริมทะเลสาบหลายแห่งในอำเภอสิงหนคร อำเภอควนเนียง และอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังน้ำจากคลองธรรมชาติและน้ำป่าที่ทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุงได้ไหลมาสมทบ ก่อนลงสู่ทะเลสาบสงขลา ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีระดับสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้าไปดูแล ขณะที่ชาวบ้านระบุว่า น้ำที่ท่วมขังเริ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังคงมีน้ำจากหลายพื้นที่ไหลเข้ามาสมทบเพิ่ม ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนเป็นระยะๆ
ส่วนที่จังหวัดปัตตานี ถนนสาย 418 ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เชื่อมระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอหนองจิก รอยต่อกับจังหวัดยะลา ถูกน้ำท่วมขังเฉลี่ย 20-40 เซนติเมตร เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้ผู้ใช้รถส่วนใหญ่หันไปใช้ถนนสาย 43 ซึ่งเป็นถนนสายเก่าแทน ขณะที่พื้นที่ราบลุ่มในตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิก มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร เช่นเดียวกับพื้นที่ 4 ตำบลริมแม่น้ำปัตตานี ที่ถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แล้ว ล่าสุดระดับสูงประมาณ 20 เซนติเมตร
เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโกลก ระดับน้ำยังคงทรงตัวอยู่ที่ 1-2 เมตร ส่งผลให้ 8 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ยังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
ส่วนจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอที่อยู่ติดแม่น้ำบางนราและแม่น้ำโกลกเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ หลังระดับน้ำจากแม่น้ำทั้ง 2 สายยังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตร ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือแล้ว
