ตรังฝนตกต่อเนื่อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง แนะนำบทเรียนภัยพิบัติครั้งที่แล้วมาปรับใช้
ศรินรัตน์ ภูสิทธิรัชพงศ์ เครือข่ายสื่อประชาสังคม จ.ตรัง รายงานสถานการณ์น้ำและการเตรียมรับมือภัยพิบัติในจังหวัดว่า ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย. จนถึงตอนนี้ ในจังหวัดตรังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จึงมีการเฝ้าดูสถานการณ์กันอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากใกล้ภูเขา พื้นที่น้ำท่วมขังในเมือง และพื้นที่ชายฝั่ง โดยได้นำบทเรียนจากภัยพิบัติเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มาปรับใช้ในครั้งนี้ด้วย
สำหรับบริเวณเทือกเขาบรรทัด ต.ละมอ ต.กระช่อง ต.นาข้าวเสีย ต.นาชุมเห็ด ต.ในควน ต.ปะเหลียน ต.ในเตา ฯลฯ ทางอบต.แต่ละตำบลได้เตรียมความพร้อมเรื่องน้ำหลาก โดยมีการเฝ้าระวังความผิดปกติพื้นที่ริมแม่น้ำ หากมีเสียงดังหรือสัญญาณภัยพิบัติจะแจ้งเตือนให้ชาวบ้านอพยพออกนอกพื้นที่ โดยชาวบ้านบางส่วนได้ประเมินสถานการณ์ว่า หากเกิดฝนตกนาน ดินอุ้มน้ำไว้มาก ก็อาจจะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอีกครั้งได้ แต่คาดว่าครั้งนี้อาจจะหนักกว่าครั้งก่อน เนื่องจากบนภูเขามีการทำสวนยางพารามาก จึงไม่มีพืชคลุมดินที่ช่วยชะลอน้ำไว้
ส่วนพื้นที่ในเขตอำเภอเมือง ได้มีการขุดท่อระบายน้ำเพิ่มเติมบนเส้นทางเข้าเมืองและชานเมือง เช่น ถนนสายตรัง-นาโยง ห้วยยอด ย่านตาขาว กันตัง และในจุดที่น้ำท่วมเป็นประจำ โดยเจาะเกาะกลางถนนเพื่อให้น้ำสามารถผ่านได้ และระบายลงคลองได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามบนถนนคลองน้ำเจ็ด ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง มีน้ำขึ้นมาถึงคอสะพานแล้ว และน้ำมีสีข้น คาดว่าเพราะฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำเซาะตลิ่งริมคลอง จึงมีสีโคลนปนมาด้วย ซึ่งหากฝนตกอีก1-2วัน น้ำอาจจะเริ่มท่วมขัง
จากประสบการณ์ครั้งก่อนในส่วนของการสื่อสารนั้น พบว่า วิทยุเครื่องแดงสื่อสารได้เร็วที่สุดและเข้าถึงพื้นที่ได้มากที่สุด เนื่องจากสามารถใช้ได้แม้น้ำท่วม ทางมูลนิธิอันดามันจึงได้มีการจัดหาและนำมาให้เครือข่ายบริเวณลุ่มน้ำตรังและเครือข่ายประมงพื้นบ้าน ตั้งแต่อ.วังวิเศษตอนบน จนถึงอ.กันตัง ลุ่มน้ำปะเหลียน ได้ผ่อนจ่ายเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกิดการส่งต่อข้อมูลข่าวสารและความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุวิกฤต พร้อมกับเตรียมความพร้อมอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัย อปพร. หรือ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน โดยได้อบรมอาสาสมัครแกนนำ จำนวน 120 คน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อฝึกทักษะการใช้เชือกช่วยเหลือคนตกน้ำ การขนย้ายผู้ป่วย การขับเรือ การประยุกต์ของใช้ภายในบ้าน และการเตรียมตัวเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน
ทั้งนี้การเฝ้าระวัง และเตรียมรับมือยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องจัดการ โดยเฉพาะการทำข้อมูลของพื้นที่ อาทิ ข้อมูลผู้ป่วย ข้อมูลสถานที่ปลอดภัย ฯลฯ เพื่อใช้ในการจัดการเมื่อภัยมา รวมถึงการระดมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เรือ ซึ่งในพื้นที่เครือข่ายภาคประชาสังคม ทีมวิทยุสมัครเล่น สื่อวิทยุกระแสหลัก และกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ได้มีการพูดคุยกันไปบ้างแล้ว
