เตือนระวังมรสุมระลอกใหม่ในพื้นที่ภาคใต้
คลื่นทะเลสูงกว่า 3 เมตร พัดเข้าใส่บ้านเรือนหมู่ 2 และหมู่ 3 ในตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้บ้านเรือนกว่า 10 หลังพังเสียหายทันที และเกิดน้ำท่วมในหมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านกว่าร้อยครอบครัวต้องอพยพออกจากพื้นที่
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าสำรวจความเสียหายได้ เนื่องจากคลื่นลมยังคงพัดแรง ซึ่งทางท้องถิ่นต้องการให้รัฐบาลอนุมัติที่ดินในป่าสงวนที่เคยเรียกร้อง ให้ชาวบ้านได้เข้าไปพักอาศัย
ขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ว 3 อำเภอ คือ อำเภอชะอวด, อำเภอนบพิตำ และอำเภอพระพรหม
ส่วนผู้อพยพเกือบ 100 คน จากบ้านแลแบ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงพักอาศัยในอาคารเรียนโรงเรียนสะบ้าย้อย แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่หลายคนยังไม่สามารถกลับเข้าพักในบ้านได้ และเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนนมผงเลี้ยงทารก
ระดับน้ำที่ท่วมขังในบ้านเหนือท่า อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังคงทรงตัว ชาวบ้านเร่งขุดคู เพื่อระบายน้ำออกจากหมู่บ้าน ส่วนชาวประมงที่บ้านปากกิ่ว อำเภอท่าชนะ เฝ้าระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่กัดเซาะชายฝั่งเสียหายจนเกือบถึงตัวบ้าน
นอกจากบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายแล้ว กระชังปลากระพงในตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ยังถูกกระแสน้ำพัดเสียหายกว่า 15 ล้านบาท ส่วนน้ำที่ท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดปัตตานี บางจุดระดับน้ำสูงขึ้น เนื่องจากคลองสายบุรีและแม่น้ำปัตตานีมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น แต่ทางจังหวัดยังไม่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกประกาศเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด แม้คาดว่า ในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ย.) มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะเบาบางลง แต่ในสัปดาห์หน้าจะมีมรสุมลูกใหม่พัดปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
