เร่งตามจับ 4 ผู้ต้องหาปล้นบ้านปลัด ก.คมนาคม

อาชญากรรม
11:17
จำนวนผู้ชม 18
Thai PBS
เร่งตามจับ 4 ผู้ต้องหาปล้นบ้านปลัด ก.คมนาคม

ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาคดีปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม 4 คนไปฝากขังที่ศาลอาญา และขอนำตัวกลับไปควบคุมตัวต่อเนื่อง เพราะอยู่ระหว่างการสอบสวน พร้อมทั้งขอคัดค้านการให้ประกันตัว ขณะที่ตำรวจยังคงติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 คน หลังจากขออนุมัติหมายจับต่อศาลแล้ว

ตำรวจใช้เวลาในการสอบปากคำนายชยธัส จันทะชัย บุตรชายของนางชุติมา จันทร์ผ่อง อดีตเลขานุการนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม นานกว่า 6 ชั่วโมง โดยนายชัยธัชยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ข้อมูลจากการสอบสวน ตำรวจอ้างว่า นายชยธัชเป็นคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังให้ข้อมูลเชื่อมโยงกับทีมปล้นทรัพย์ เพราะอาจรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวการเงินของนายสุพจน์ จนนำไปสู่การวางแผนการปล้นและจัดหาทีมปล้น

คดีนี้ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาแล้ว 6 คน ขออนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 4 คน และวันนี้ (21 พ.ย.) ได้นำตัวผู้ต้องหา 4 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวได้เมื่อวานนี้ (20 พ.ย.) ประกอบด้วยนายสมบูรณ์ ริยะเทน, นายวณัญกฤต บุตรกันหา, นายบุญสืบ โจมกัน และนายวุฒิชัย พันวารี ไปขออนุญาตฝากขังต่อศาล

สำหรับผู้ต้องหาที่ศาลอนุมัติหมายจับแล้วและยังหลบหนีในคดีนี้มีอีก 4 คน คือนายวีระศักดิ์ เชื่อลี หรือนายโก้ ซึ่งข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า นายวีระศักดิ์อาจหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว พร้อมด้วยเงิน 60 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีนายพงษ์ศักดิ์ นามวงศ์, นายคำนวน เมฆน้อย และนายประพันธ์ เรืองเครือ

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ได้นัดนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากเงินของกลางที่ยึดได้มีมากกว่า 16 ล้านบาท ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่นายสุพจน์เคยระบุก่อนหน้านี้ว่ามีเงินสูญหายไปเพียง 6 ล้านบาทเท่านั้น

ทั้งนี้ประเด็นการตรวจสอบจำนวนเงินต้องรอการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของนายสุพจน์

และในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประชุมเรื่องขั้นตอนการแจ้งทรัพย์สินของนายสุพจน์ หลังจากเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นทรัพย์ในบ้าน และระบุว่ามีเงินอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และจะพิจารณาขั้นตอนที่มาของทรัพย์สิน รวมถึงการแจ้งทรัพย์สินของปลัดกระทรวงคมนาคม

นอกจากนั้น ป.ป.ช.จะใช้กฎหมายใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจสอบ เช่น การคุ้มครองพยาน การตรวจสอบเส้นทางการโอนเงิน และการอายัดทรัพย์