ประธานสภาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 27 - 28 พ.ย.

การเมือง
11:25
จำนวนผู้ชม 49
Thai PBS
ประธานสภาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 27 - 28 พ.ย.

ประธานสภาผู้แทนราษฎรเตรียมประสานรัฐบาลขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันที่ 27 พฤศจิกายน และลงมติในวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมสามัญทั่วไป หลัง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ 153 คนร่วมลงเชื่อเสนอญัตติแล้วเมื่อช่วงสายของวันนี้

นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า รัฐมนตรีที่ส.ส.พรรคฝ่ายค้านจะตรวจสอบ คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อ้างอิงถึงการกระทำทุจริต,จงใจกระทำผิดรัฐธรรมนูญ และกฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดิน จนเป็นเหตุให้บกพร่อง ล้มเหลว และไร้ประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ละเลยให้มีการทุจริต และกระทำการขัดหลักนิติธรรม เอื้อประโยชน์บุคคลบางกลุ่ม เป็นเหตุให้ประเทศเสียหาย และประชาชนเดือดร้อน รวมถึงยังเป็นเหตุที่จะทำให้บ้านเมืองก้าวไปสู่ความแตกแยก

หลังรับญัตติจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรยืนยันที่จะตรวจสอบญัตติและประสานรัฐบาล พร้อมคาดการณ์ว่าน่าจะบรรจุวาระเพื่อเปิดอภิปรายได้ ในวันที่ 27 และลงมติได้ในวันที่ 28 พฤศจิกายน

ส่วนข้อสังเกตของฝ่ายค้านตามญัตติอภิปราย พล.ต.อ.ประชา พบว่า จะทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ซึ่งดูแลเรื่องสิ่งของบริจาค และงบใช้จ่ายของ ศปภ. ขณะที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ โดยประเด็นเรื่องสิ่งของบริจาคนั้นจะอภิปรายพาดพิงถึง ส.ส.ที่เกี่ยวข้อง 6 คน และเป็นเหตุผลสำคัญที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส. เพราะส.ส. ทั้ง 6 คน กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 และ 266 กรณีการขัดกันแห่งผลประโยชน์

ส่วนประเด็นร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษของรัฐบาล ซึ่งตลอดสัปดาห์นี้ ไม่เพียงพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยร่าง และทบทวนความถูกต้องเหมาะสม แต่ยังมีนักวิชาการและภาคประชาชนที่ออกมาแสดงท่าทีคัดค้าน และล่าสุด กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำหนดประชุมแกนนำในวันพรุ่งนี้ เพื่อออกแถลงการณ์คัดค้านอย่างเป็นทางการ

มีรายงานว่าอาจเป็นไปได้ที่จะนัดชุมนุมกันในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเรียกร้องให้กฤษฎีกาพิจารณาให้คำแนะนำรัฐบาลคัดค้านการเสนอร่างที่เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลที่ใกล้ชิดรัฐบาล