ฝ่ายค้านอภิปรายตั้งข้อสังเกต "ถุงยังชีพ-เงินบริจาค" ของ ศปภ.

การเมือง
14:25
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
ฝ่ายค้านอภิปรายตั้งข้อสังเกต "ถุงยังชีพ-เงินบริจาค" ของ ศปภ.

ส.ส.ฝ่ายค้าน และ รัฐบาล ใช้เวทีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาปัญหาอุทกภัยตอบโต้กรณีการบริหารงานแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ผิดพลาด รวมทั้งอภิปรายตั้งข้อสังเกตสิ่งของ และ เงินบริจาคของศปภ.มีการนำไปเป็นของส่วนตัว

ตั้งแต่ช่วงเช้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 กรณีภัยพิบัติอันเนื่องมากจากอุทกภัยเนื่องจากติดภารกิจ โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาของรัฐบาลแทน ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมในช่วงเย็น

ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันการใช้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาถูกทางแล้ว เพราะหากใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ และ มีบททั่วไปเกี่ยวกับการแก้ไขพิบัติภัยสาธารณะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีการทำงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ เรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบทำให้ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์หลายคนอภิปรายตอบโต้ และ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีควรต้องแสดงความรับผิดชอบเช่นกัน

น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ นำสิ่งของภายในถุงยังชีพมาอภิปรายเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นราคาที่แพงเกินจริง พร้อมนำคลิปภาพสิ่งของบริจาคของประชาชน ที่ถูกนำมาใส่ชื่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาแสดงเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริง และ ให้รัฐบาลชี้แจงยอดรวมสิ่งของและเงินบริจาคเพื่อความโปร่งใส

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลจะต้องระดมความร่วมมือทุกกระทรวง ทบวง กรม ในการแก้ไขปัญหา อย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมามีเพียงกองทัพที่ช่วยประชาชนเป็นหลัก ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนในกรุงเทพมหานครที่ถูกน้ำท่วมคือการขาดแคลนอาหาร ขณะที่รัฐบาลเพิ่งเริ่มจะตั้งครัวรัฐบาลในการช่วยเหลือ

ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาอภิปรายสนับสนุนรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูประเทศ และ กรรมการบริหารทรัพยากรน้ำ พร้อมเสนอให้นำทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมเป็นกรรมการ

โดยให้ออกกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือการทำงาน รวมทั้งให้ทบทวนแนวทางการพัฒนาประเทศ การวางผังเมืองใหม่ ว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่เกษตร และบังคับใชักฏหมายผังเมืองให้เด็ดขาดมากขึ้น