นิคมฯ 7 แห่งใน จ.อยุธยา-ปทุมธานีเสียหายจากน้ำท่วม

เศรษฐกิจ
14:40
จำนวนผู้ชม 62
Thai PBS
นิคมฯ 7 แห่งใน จ.อยุธยา-ปทุมธานีเสียหายจากน้ำท่วม

นิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานีเสียหายจากน้ำท่วม แต่ความเสียหายมีแนวโน้มจะขยายตัวกว้างขึ้นอีก หากนิคมฯที่เหลือในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ได้รับผลกระทบไปด้วย

ความเสียหายของนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี รวมเม็ดเงินลงทุนกว่า 400,000 ล้านบาท จากโรงงานทั้งหมดกว่า 880 แห่ง มีแรงงานที่จะได้รับผลกระทบมีไม่ต่ำกว่า 400,000 คน ทั้งนี้โรงงานในพื้นที่ 2 จังหวัดประมาณครึ่งหนึ่งเป็นการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

ขณะที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องหยุดการผลิต ส่งผลให้บริษัทค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่นทุกค่าย รวม 8 แห่งต้องระงับการผลิตทั้งหมดในไทยตั้งแต่วันนี้ (21 ต.ค.) โดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นแถลงว่า แม้การผลิตจะชะงัก แต่เชื่อว่าสายพานการผลิตจะสามารถฟื้นกลับมาหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และจะเร็วกว่าช่วงเหตุการณ์วิกฤตสึนามิและนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ความเสียหายในภาคอุตสาหกรรมอาจจะจะขยายวงกว้างมากขึ้นอีก หลังจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.เตรียมผันน้ำผ่านทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใน 1-2 วันนี้ ซึ่งจะกระทบนิคมอุตสาหกรรม ด้านฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร 5 แห่ง ประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรมบางชัน,นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เขตกรุงเทพมหานคร , นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ,นิคมอุตสาหกรรมบางพลี และ นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เรียกนิคมอุตสาหกรรมในฝั่งตะวันออกทั้ง 5 แห่งเข้าหารือ เพื่อตั้งรับมวลน้ำที่จะไหลบ่ามาจากจังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร โดยสั่งให้นิคมทุกแห่ง เสริมกระสอบทรายและคันดินให้แน่นหนากว่าเดิม เพื่อรองรับแรงดันน้ำ ขณะที่เครื่องสูบน้ำต้องเตรียมพร้อมใช้งานได้ทันที และให้โรงงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีจัดเก็บสารเหล่านี้ให้ปลอดภัย โดยเฉพาะที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู มีโรงงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอยู่หลายแห่ง

หากยังไม่สามารถที่จะต้านท้านสถานการณ์น้ำได้อีก ความเสียหายที่ประเมินคร่าว ๆ ในขณะนี้ จะกระทบแรงงานอีกเกือบ 300,000 คน ที่ทำงานอยู่ในโรงงานทั้งหมด 1,076 โรง ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง รวมแล้วอาจจะมีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมพื้นที่ภาคกลางถึง 700,000 คน ที่จะได้รับผลกระทบวิกฤตน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดของประเทศ