"ดีเอสไอ" พิจารณาคดีเด็กหญิง 12 ปี ถูกบังคับทำงานร้านนวดที่ญี่ปุ่นเป็นคดีพิเศษ

อาชญากรรม
17:06
จำนวนผู้ชม 2,036
Thai PBS
"ดีเอสไอ" พิจารณาคดีเด็กหญิง 12 ปี ถูกบังคับทำงานร้านนวดที่ญี่ปุ่นเป็นคดีพิเศษ
กองคดีค้ามนุษย์ DSI ประสาน ตำรวจ แจ้งทำคดีเด็กหญิงไทย 12 ปี ถูกแม่หลอกทำงานร้านนวดในโตเกียว เสนอ อธิบดีดีเอสไอ เป็นคดีพิเศษ ก่อนรายงาน "อัยการสูงสุด" เป็นคดีค้ามนุษย์นอกราชอาณาจักร

วันนี้ (9 พ.ย.2568) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ระบุความคืบหน้าเด็กหญิงไทยอายุ 12 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ว่า ถูกแม่พามาจากประเทศไทย และบังคับให้ทำงานในร้านนวด ก่อนที่แม่จะเดินทางกลับไทย และถูกบังคับให้ค้าประเวณี ส่วนเงินที่ได้เจ้าของร้านจะไปแบ่งกับแม่

โดยสถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ณ กรุงโตเกียว ได้รับแจ้งจากรัฐบาลแห่งประเทศญี่ปุ่น เบื้องต้นมีข้อบ่งชี้ว่า เด็กหญิงเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งกองคดีการค้ามนุษย์อยู่ระหว่างนำเรียนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติให้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังระบุอีกว่า ตามขั้นตอนหากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว ดีเอสไอจะได้มีการนำเสนอไปยังอัยการสูงสุดเพื่อแจ้งเรื่องความผิดนอกราชอาณาจักร จากนั้นอัยการสูงสุดจะได้พิจารณามอบหมายการดำเนินการต่อไป จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อดีเอสไอจะได้ไปรวบรวมพยานหลักฐาน พยานวัตถุ ขอคำให้การในส่วนของเด็กหญิงผู้เสียหายและผู้กระทำความผิดที่ทางการญี่ปุ่นได้ดำเนินการไว้แล้ว โดยดีเอสไอจะได้นำมาขยายผลตรวจสอบดูว่ามีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการหรือไม่ มีผู้เป็นนายหน้าคอยช่วยเหลือหรือไม่ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการดำเนินการของแม่หญิงไทยรายนี้เพียงคนเดียว และเป็นขบวนการที่ทำต่อเนื่องอยู่ในละแวกนั้นมาก่อนหรือไม่ รวมถึงเด็กหญิงไทย 12 ปี รายนี้อาจจะไม่ใช่เคสแรกของขบวนการดังกล่าวก็เป็นได้

ส่วนกรณีที่ทางการไต้หวันสามารถจับกุมแม่ชาวไทยของเด็กหญิงได้แล้วนั้น จะเป็นผู้ต้องหาหรือสามารถดำเนินคดีได้เลยหรือไม่ ดีเอสไอจะต้องไปดูพยานหลักฐานที่ทางการญี่ปุ่นได้รวบรวมไว้ก่อน เพราะตอนนี้มีเพียงการนำเสนอข่าวสารต่างๆ เท่านั้น แต่การสืบสวนสอบสวนจะต้องอาศัยหลักฐานวิทยาศาสตร์เพื่อนำเสนอต่อศาล และเมื่อมีความชัดเจนแล้วจะได้ใช้ พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 หรือ MLAT ประสานขอพยานหลักฐานทั้งหมดที่ทางการญี่ปุ่นดำเนินการมาใช้ไว้ในแฟ้มคดีของดีเอสไอต่อไป

นอกจากนี้ ดีเอสไอจะต้องตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศของแม่ชาวไทยรายนี้ว่ามีประวัติการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นมากน้อยเพียงใด เดินทางไปเมืองใดบ้าง และไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยหรือไม่ ไปนานกี่วัน มีวัตถุประสงค์การเดินทางอย่างไร รวมถึงการไปทำงานที่ร้านนวดยังสถานที่เกิดเหตุ มีประวัติอย่างไร เคยไปทำงานมาก่อนหรือไม่ หรือเป็นการทำงานที่นี่ครั้งแรก เพราะตามรายงานเจ้าตัวไปด้วยวีซาท่องเที่ยวเพื่อจะได้นำมาใช้ดูในส่วนของเจตนาพฤติการณ์

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 10 พ.ย.นี้ จะมีผู้แทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าหารือกับสถานทูตญี่ปุ่นก่อน เพื่อประสานข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบันทึกสอบคำให้การของเด็กหญิงไทยวัย 12 ปี และข้อมูลอื่น ๆ

อ่านข่าว : กำหนดเวลา-เส้นทาง เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ "พระบรมราชชนนีพันปีหลวง"

นักวิชาการ มธ. หนุนมาตรการ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก

ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ "สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง"