ทนายความอดีต "ผู้กำกับโจ้" พร้อมสู้คดี ยืนยันไม่เข้าเจตนาฆ่าฯ

อาชญากรรม
20:24
จำนวนผู้ชม 3,075
Thai PBS
ทนายความอดีต "ผู้กำกับโจ้" พร้อมสู้คดี ยืนยันไม่เข้าเจตนาฆ่าฯ

วันนี้ (7 ก.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีตผู้กำกับโจ้ ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยซ้อมทรมาน เหตุใช้ถุงคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติด เป็นเหตุให้เสียชีวิต เหตุเกิดที่ สภ.เมืองนครสวรรค์

เปิดเผยถึงแนวทางการต่อสู้คดีความของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ว่า ตัวเองได้ตรวจสอบคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 9 นาที ที่ตำรวจใช้เป็นหลักฐานสำคัญ ในการแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ พร้อมพวกรวม 7 คนแล้ว ดังนี้

มาตรา 289 ฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย

มาตรา 157 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด

มาตรา 309 วรรคสอง ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพฯ โดยร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

"พ.ต.อ.ธิติสรรค์" ไม่ผิด ม.289

นายโชคชัย ยืนยันพร้อมต่อสู้คดีความ ซึ่งพฤติการณ์ของลูกความเมื่อพิจารณาแล้ว ไม่มีเจตนาฆ่า ไม่เข้าข่ายความผิด มาตรา 289 แต่ยอมรับว่าอาจเข้าข่ายมีความผิดในมาตรา 290 คือ ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยมิได้เจตนา

ส่วนการสอบสวนของทางพนักงานสอบสวน ทราบว่าที่ผ่านมา ยังมีการเข้าสอบปากคำอยู่เป็นระยะ ซึ่ง ชั้นสอบสวนนี้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ยังยืนยันให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา และพร้อมต่อสู้คดีในชั้นศาล

นัดเยี่ยม "พ.ต.อ.ธิติสรรค์" เรือนจำคลองเปรม

คดีนี้จะเป็นการพิจารณาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เนื่องจากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และในวันพรุ่งนี้ มีนัดเข้าเยี่ยม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่จะได้เข้าพูดคุยกัน หลังถูกย้ายจากเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก เข้ามาที่เรือนจำกลางคลองเปรม

ส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช.แล้ว

ขณะเดียวกันวันนี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดี ให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยสำนวนคดีที่ส่งไปวันนี้ มี 4 แฟ้ม รวม 1,290 แผ่น เพื่อให้พิจารณาสำนวนคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

ซึ่งภายหลังที่มีการรับไปแล้ว ตัวแทน ป.ป.ช.ส่งต่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วน และได้มีมติ ส่งสำนวนการสอบสวนคดีคืนให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ผู้รับผิดชอบคดีความดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีความต่อให้แล้วเสร็จครบถ้วน ซึ่งขณะนี้พบว่า มีความคืบหน้าไปร้อยละ 80 แล้ว

ผู้ต้องหาอีก 6 คน ยังไม่มีทนาย

สำหรับคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาร่วมกระทำผิดอีก 6 คน ซึ่งเป็นตำรวจทั้งหมด ทนายความโชคชัย เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาอีก 6 คน ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องทนายความ เพราะเดิมใช้ทนายความในพื้นที่คือ นครสวรรค์ แต่เมื่อคดีโอนเข้ามาที่กองปราบปราม ก็อาจจมีการตั้งทนายความขึ้นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า ในอนาคตจะต้องมีการหารือแนวทางการต่อสู่คดีร่วมกัน