ญี่ปุ่นแจงรัฐบาลไทยขอให้ออกวีซ่า “ทักษิณ” เข้าประเทศ

การเมือง
13:35
จำนวนผู้ชม 96
Thai PBS
ญี่ปุ่นแจงรัฐบาลไทยขอให้ออกวีซ่า “ทักษิณ” เข้าประเทศ

รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันมีการร้องขอจากรัฐบาลไทยให้ออกวีซ่าให้ “ทักษิณ” เข้าประเทศ ขณะที่ รมว.ต่างประเทศยอมรับมีการประสานในเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันยังไม่มีนโยบายคืนพาสปอร์ตให้ “ทักษิณ”

จากกรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดนายยูกิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวถึงเหตุผลที่มีการอนุญาตว่า มาจากการที่รัฐบาลใหม่ของไทยไม่มีนโยบายห้ามการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งร้องขอรัฐบาลญี่ปุ่นให้ออกวีซ่าให้ ซึ่งเมื่อนำคำร้องมาพิจารณาประกอบกับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจออกวีซ่าให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
สอดคล้องกับการแถลงข่าววันนี้ (15 ส.ค.) ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ยอมรับว่า ได้หารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น เพื่อขอความอนุเคราะห์ไปยังรัฐบาลญี่ปุ่นให้พิจารณาอนุญาต พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศได้ ส่วนการคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่มีนโยบาย แต่หากมีการเสนอเรื่องนี้เข้ามาก็จะต้องพิจารณา โดยจะไม่นำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมตรวจสอบกระบวนการอำนวยความสะดวกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศญี่ปุ่น ว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากมีก็จะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และช่วยเหลือผู้หลบหนีคดี โดยจะได้นำประเด็นนี้ไปอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้แจงว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับการเชิญจากทางการญี่ปุ่นตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้ง และไม่เกี่ยวข้องกับการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการเดินทางไปญี่ปุ่นใช้พาสปอร์ตของประเทศมอนเตเนโกร โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีพาสปอร์ตของไทยหรือไม่ และในขณะนี้หลายประเทศได้ถอนคำสั่งห้ามเข้าประเทศแล้ว เช่น ที่ประเทศเยอรมนี
ด้านนายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน หลังจากสามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นว่า อัยการต้องรอให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งที่อยู่ที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนปฏิบัติทุกกรณีอยู่แล้ว ยืนยันว่า การติดตามจำเลยหรือนักโทษคดีต่างๆ อัยการยึดหลักปฏิบัติเดียวกัน และทำตามหน้าที่เท่าที่กฎหมายให้อำนาจเท่านั้น