รมว.คมนาคม ประกาศส่งทหารนั่งบอร์ดบินไทย-ทอท.
ที่กระทรวงคมนาคม เวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรวงคมนาคม พร้อมรัฐมนตรีช่วย 2 คน ได้แก่ พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก และ นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ได้เดินทางเข้ากระทรวง และสักการะพระพุทธคมนาคม พระพุทธรูปประจำกรทะทรวง และทำพิธีรับมอบกระเช้าจากข้าราชการ และหน่วยงานในสังกัด โดยรมว.คมนาคม บอกว่า ยินดีที่ได้รับมอบไม้ที่มอบให้ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะแสดงถึงความสดชื่น และจากคำอวยพรที่ทุกท่านมอบดอกไม้ให้ เพื่อแสดงว่าจะทำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นยกที่ 1 ก่อนจะก้าวไปสู่ ยกที่ 2, 3 และ4 ซึ่งการทำงานกับ 2 รัฐมนตรีถือว่าราบรื่น เพราะจะไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้คิดว่าตอนนี้เจอหน้าทุกท่านก็จำไม่ค่อยได้ แต่ขอให้ทักทายกันบ้าง ขอให้ทุกคนทำงานด้วยความสามัคคี
จากนั้น พลอากาศเอกสุกำพล ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ยังไม่มีการมอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด แต่เรื่องเร่งด่วนที่ดำเนินการคือการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งปลัดกระทรวงได้รายงานให้ทราบว่ามีงบเตรียมไว้ซ่อมบำรุงแล้ว (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) เพราะต้องขอเวลาศึกษาทุกโครงการที่กระทรวงได้ดำเนินการไว้อยู่แล้วว่าจะสานต่อหรือไม่ ทั้งโครงการรถเมล์ และรถไฟฟรี ที่พบว่ามีจำนวนผู้โดยสารไม่มากนัก ส่วนโครงการรถโดยสารปรับอากาศเอ็นจีวี 4 พันคัน ที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เคยเสนอแต่ถูกตีกลับจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มาตลอดนั้น ยืนยันว่า จะต้องมีโครงการจัดซื้อรถเมลล์ใหม่แน่นอน แต่จะเป็นรูปแบบไหนต้องขอศึกษาอีกครั้ง
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะส่งทหารอากาศมานั่งดำรงตำแหน่งในบอร์ดการบินไทย พลอากาศเอกสุกำพล ยืนยันว่าจะต้องมีนายทหารมานั่งแน่นอน เพราะมีหลายนายที่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ดำเนินการตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง ราคา 20 บาทตลอดสาย เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าจะทำได้อย่างแน่นอน ส่วนใครที่ปรามาสไว้ขอให้รอดู ส่วนประเด็นที่ตัวเองเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น มันเป็นความจริงที่ปฎิเสธไม่ได้ มันแก้ไม่ได้ แต่ขอให้ติดตามดูผลงานจะดีกว่า
"ชัชจ์"รมช.คมนาคม อยากแก้ปัญหารถไฟ มั่นใจง่ายกว่าจับขโมย
ด้านพลตำรวจโทชัจจ์ กุลดิรก รมช.คมนาคม บอกว่า การดูแลกระทรวงนี้ มีบางอย่างต้องแก้ไขและเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาซึ่งต้องให้สอดคล้องกับนโยบายพรรค สำหรับปัญหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ในกระทรวง ส่วนตัวอยากทำให้สอดคล้องกับแผนแม่บทกระทรวง ทั้งนี้ ต้องรอดูว่ารัฐมนตรีจะแบ่งหน่วยงานใดให้ดูแล ซึ่งจะต้องทำให้สอดคล้องกับนโยบายพรรค แต่ส่วนตัวสนใจจะเข้าไปดูแลเรื่องที่เกี่ยวกับรถไฟ และ สนามบิน เป็นหน่วยงานที่ผมรู้เยอะกว่าหน่วยอื่น ซึ่งระบบรางบ้านเราคาดว่าไม่ต้องใช้งบประมาณมาก เพราะมีที่ดินอยู่มากแล้ว ไม่ต้องลงทุนเรื่องที่ดิน เพราะมีตั้งแต่สมัยรัชการที่ 5 แต่ส่วนใหญ่เอาที่ไปทำอย่างอื่น เช่นที่ละแวกรัชดา ซึ่งหากได้รับผิดชอบเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็จะมีแผนแม่บทที่ชัดเจน ไม่ใช่ทำอะไรตามใจเหมือนที่ผ่านมา
สำหรับประเด็นที่กระทรวงนี้ มักมีโครงการต่างๆที่ประมูลไม่ค่อยโปร่งใสนั้น พล.ต.ท.ชัชจ์ บอกว่า ต้องดูว่าต้องพิจารณาเป็นโครงการๆ หากไม่เสียหายก็แล้วกันไป แต่อยากเน้นเรื่องแก้ไขมากกว่า ซึ่งบางโครงการที่ประมูลไปแล้วแต่หากต้องถูกฟ้องก็ต้องไปดูหลักการเก่าเป็นอย่างไร สื่อมวลชนสามารถตรวจสอบได้ การประมูลควรจะทำให้ได้ราคาถูก ได้ประโยชน์สูงสุด และเอกชนควรเข้ามาลงทุน เพราะรัฐไม่ค่อยมีงบประมาณ แต่ราคาให้บริการต้องเหมาะสม ส่วนการก่อสร้างถนนเส้นทาง บางใหญ่ ไปบ้านโป่ง กาญจนบรี ออกทวาย ก็เป็นเส้นที่น่าทำ ซึ่งหากได้รับมอบหมายให้มาดูรถไฟ ก็คิดว่าจะเป็นเรื่องง่าย ซึ่งส่วนตัวเป็นตำรวจให้ไปจับโจรยากกว่าแก้ปัญหารถไฟ แม้จะมีหนี้สะสมอยู่มาก
"กิตติศักดิ์"รมช.คมนาคม บอกไม่สนใจโพลไม่รู้จัก ขอแค่คนที่บ้านรู้จักก็พอ
สำหรับนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่าหากเป็นไปได้อยากขอดูแลงานเกี่ยวกับทางบกเนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดประชาชน เพราะผมเป็นนักการเมืองที่มีความใกล้ชิดประชาชน ก็อยากอยู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แต่ขณะนี้สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมได้มีการตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาที่จังหวัดอุดรธานีไปแล้ว และเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และอดีตนายกฯ ทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ได้กำชับให้ดูแลประชาชน
นอกจากนี้ ส่วนตัวอยากจะดูแลเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนโยบายทุกอย่างก็ต้องทำให้สอดคล้องกับที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ รวมถึงโครงการถนนปลอดฝุ่น ก็ต้องดูว่าจะนำกลับมาปัดฝุ่นอีกหรือไม่ ตอนนี้ต้องขอศึกษากันก่อน และรอให้มีการแบ่งงานหลังมีการแถลงนโยบายให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องที่ผลสำรวจความคิดเห็น (โพลล์) ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีที่คนรู้จักน้อยที่สุดนั้น ส่วนตัวไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะไม่ต้องมีใครรู้จักผมมากก็ได้ ขอแค่คนที่บ้าน คนในพื้นที่รู้จักก็พอ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีทั้ง 3 คนจะหารือร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการเพื่อแบ่งงานที่รับผิดชอบในวันพุธนี้ สำหรับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม มีทั้งสิ้น 19 หน่วยงาน ได้แก่ กรมเจ้าท่า, กรมการขนส่งทางบก, กรมการบินพลเรือน, กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, การรถไฟแห่งประเทศไทย, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), สถาบันการพลเรือน
บริษัท ขนส่งจำกัด (บขส.), บริษัท ไทยเดินรือทะเล จำกัด, บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อิสต์เอเชีย จำกัด และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด
