นายกฯ ตุ้ย แจง “แพลงก์ตอนบลูม” เริ่มลดลง คาด 1-2 วัน ปกติ

สิ่งแวดล้อม
15:30
จำนวนผู้ชม 854
Thai PBS
นายกฯ ตุ้ย แจง “แพลงก์ตอนบลูม” เริ่มลดลง คาด 1-2 วัน ปกติ
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี ระบุขณะนี้แพลงก์ตอนพืชเริ่มลดลง คาดว่า ภายใน 1- 2 วัน ทะเลมืองแสนสุขจะกลับสู่สถานการณ์ปกติ

วันนี้ (25 ส.ค.2562) นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม โดยระบุถึงปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ดังนี้

จากเหตุการณ์ที่พบน้ำทะเล บริเวณชายหาดบางแสนมีสีเขียวเข้ม และมีกลิ่นค่อนข้างแรง ในช่วงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ดังกล่าว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หรือ แพลงก์ตอนบลูม (red tide)

เกิดจากสาหร่ายเซลล์เดียวหรือแพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนทำให้สีของน้ำทะเลเปลี่ยนไปจากสีปกติ ซึ่งในครั้งนี้เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวเข้ม เนื่องจากสีของสารสี (คลอโรฟิลล์เหมือนในพืช) ที่อยู่ในเซลล์นั่นเอง และอาจพบสีอื่นๆ ได้ เช่น สีแดง สีน้ำตาล และสีเหลืองเป็นต้น

ในอดีตชาวประมงที่พบเห็นจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ขี้ปลาวาฬ” ปรากฏการณ์ครั้งนี้ เกิดจากแพลงก์ตอนพืช สกุล Noctiluca มีลักษณะทรงกลมภายในเซลล์มีสีเขียว ขนาดประมาณ 0.5 - 0.7 มิลลิเมตร สามารถมองเห็นเป็นเม็ดกลมๆ สีเขียวด้วยตาเปล่า ในบริเวณผิวหน้าน้ำ แพลงก์ตอนพืชสกุลนี้ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากไม่สร้างสารพิษ แต่การที่น้ำทะเลมีกลิ่นค่อนข้างแรงเนื่องจากภายในเซลล์มีสารแอมโมเนียค่อนข้างมาก เมื่อเซลล์แตกจากคลื่นหรือเซลล์ตายลง จะมีการปลดปล่อยแอมโมเนียออกสู่บรรยากาศและส่งกลิ่นเหม็นนั่นเอง และการที่พบสัตว์น้ำขนาดเล็กตายและพบซากบริเวณชายหาดในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เนื่องจากพอแพลงก์ตอนพืชตายลง ซากจะถูกแบคทีเรียใช้ออกซิเจนในน้ำในการย่อยสลายซาก จึงทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลให้สัตว์น้ำขนาดเล็กขาดออกซิเจนและตายลง

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ปกติจะเกิดขึ้นทุกปีในระยะ 3 - 5 ปี ที่ผ่านสามารถพบเห็นได้ประจำ ปีละประมาณ 2-3 ครั้ง ระยะเวลาในการเกิดจากพบเห็นต่อเนื่อง 3 - 5 วัน โดยมักพบในช่วงหลังฝนตก เนื่องจากมีการชะล้างสารอาหารลงสู่น้ำทะเลชายฝั่ง และมีอุณหภูมิ ความเค็ม และความเข้มแสงที่เหมาะสม จึงทำให้แพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวน (เติบโตอย่างรวดเร็ว) และเมื่อสารอาหารลดลงก็จะพบเซลล์ลดลงและปรากฏการณ์นี้จะหายไป

นอกจากนี้การขึ้นลงของน้ำทะเลและกระแสลม ในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงพัดลมทิศทางเข้าสู่ฝั่ง เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้มวลของแพลงก์ตอนพืช ถูกพัดเข้าสู่ฝั่งในบริเวณชายฝั่งบางแสนในปี 2562 ที่ผ่านมาบริเวณชายหาดบางแสน พบการเกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสีมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง คือ เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม กรกฏาคม และสิงหาคม (ครั้งนี้) จากการติดตามและตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ สามารถคาดการณ์ได้ว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีครั้งนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วงปลายของการบลูมแล้ว จำนวนเซลล์เริ่มลดลง คาดว่าอีก 1 - 2 วัน สถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาถี่ขึ้น ! "บางแสน-แหลมแท่น" น้ำทะเลเปลี่ยนสี