ตร.สากลไม่ได้ออกหมายจับ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ตั้งแต่แรก
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหมายจับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายในการถอนหมายจับให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่แล้ว แต่มีการขอข้อมูลจากต่างประเทศ และเรื่องนี้ตำรวจสากลยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ
ขณะที่พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกระบวนการในการยื่นขอหมายจับกับตำรวจสากลหรือ อินเตอร์ โพล (INTER POL) ว่า หลังสำนักงานอัยการสูงสุด ประสานมายังกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ส่งพฤติการณ์แห่งคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ตำรวจสากลออกหมายติดตาม ในฐานะผู้ต้องสงสัยแห่งคดี เพื่อให้ทุกประเทศที่เป็นสมาชิก ตำรวจสากลติดตามตัว และสืบเสาะที่อยู่ หลังจากนั้นตำรวจสากลจึงมีความเห็นว่า พฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ จึงไม่มีการออกหมายติดตามหรือจับตั้งแต่แรก
ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้ความเห็นเรื่องนี้ขณะเดินทางมาศาล ในคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ กับพวกรวม 4 คน ในข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่รัฐบาลจะต้องชี้แจงเหตุผลให้ได้ เช่นเดียวกับกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายเช่นกัน
ส่วนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับการคืนพาสปอร์ต และประเภทของพาสปอร์ตที่ทางการญี่ปุ่นจะคืนให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งการพิจารณาและตัดสินใจเป็นของญี่ปุ่น โดยการเดินทางไปญี่ปุ่นของ พันตำรวจโททักษิณ ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เป็นไปตามคำเชิญขององค์กรเอกชนในญี่ปุ่น เพื่อบรรยายพิเศษเรื่องความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ตลอดจนเยี่ยมผู้ประสบภัยสึนามิ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าจะตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษด้วยหรือไม่ เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีสภาพเป็นนักโทษหลบหนีคดี หากมีเจ้าหน้าที่คนใดอำนวยความสะดวกให้จะมีความผิดตามกฎหมาย และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวควรจะมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง เพราะประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ใดจากรัฐบาลชุดใหม่ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับได้รับผลประโยชน์แล้ว
