ป.ป.ช.ยอมรับทำสำนวนฟ้องรถ-เรือดับเพลิงได้ล่าช้า
ทนาย ป.ป.ช.เชื่อคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร สามารถเอาผิดกับจำเลยทั้ง 6 คนได้ แต่ยอมรับว่าอาจล่าช้าในการทำสำนวนฟ้อง เพราะต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลหลักฐานจากต่างประเทศ
แม้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงของกรุงเทพหมานคร มูลค่า 6,600 ล้านบาท ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ แต่จากการรวบรวมสำนวนคำฟ้อง นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เชื่อว่า พยานหลักฐานจากคำฟ้องในฐานความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 และการกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการประมูลราคาต่อหน่วยงานรัฐ จะสามารถเอาผิดจำเลยทั้ง 6 คนตามคำฟ้องได้ แม้จะถูกพิพากษาลงโทษแตกต่างกัน เพราะต่างกรรมต่างวาระก็ตาม
ทนายความของ ป.ป.ช. ยืนยันถึงความรอบคอบและรอบด้านในรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนส่งสำนวนฟ้อง แต่ยอมรับว่า การดำเนินการอาจล่าช้าไปบ้าง เพราะจากการเชื่อมโยงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากต่างประเทศด้วย
คดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ถูกโอนเรื่องมาจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดย คณะกรรมการ ป.ป.ช.ใช้เวลาระยะหนึ่งในการสอบสวน แม้ครั้งแรกที่ยื่นฟ้องผ่านอัยการสูงสุด และอัยการส่งความเห็นต่างมายัง ป.ป.ช. จนไม่สามารถได้ข้อสรุปที่ตรงกัน จึงเป็นเหตุให้ ป.ป.ช.ต้องดึงเรื่องกลับมายื่นฟ้องต่อศาล โดยเบื้องต้นมีเอกสารหลักฐานประกอบรวม 15,000 ชุด
ส่วนจำเลยทั้ง 6 คนที่ถูกยื่นฟ้อง ประกอบด้วยนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย, นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย, นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์, พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรุงเทพมหานคร, บริษัท สไตล์เออร์ - เด็มเล่อร์ - พุช และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
