นักวิจัยเผย ตัดไม้ "ป่าบูโด" รุนแรงสุดในรอบ 20 ปี กระทบถิ่นอาศัยนกเงือก

สิ่งแวดล้อม
10:08
จำนวนผู้ชม 1,176
Thai PBS
นักวิจัยเผย ตัดไม้ "ป่าบูโด" รุนแรงสุดในรอบ 20 ปี กระทบถิ่นอาศัยนกเงือก

วันนี้ (3 พ.ค.2559) นายปรีดา เทียนส่งรัศมี หัวหน้าโครงการคุ้มครองนกเงือก (ส่วนภาคใต้) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งอยู่ในความดูแลของ ศ.เกียรติคุณ พิไล พูลสวัสดิ์ ให้สัมภาษณ์ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" ถึงสถานการณ์การตัดไม้ในพื้นที่ป่าบูโดว่า นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่โครงการฯ เริ่มสำรวจนกเงือกในพื้นที่

นายปรีดา ให้ข้อมูลว่า อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี มีเนื้อที่ป่าดิบฝนประมาณ 2 แสนไร่ ทีมวิจัยพบว่า เฉพาะในส่วนของเทือกเขาบูโด ติดกับ อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ในช่วง 2-3 ปีให้หลัง นับตั้งแต่ปี 2557 มีการลักลอบตัดไม้รุนแรงมาก

"ที่ผ่านมาในพื้นที่มีการลักลอบตัดไม้แต่ไม่เยอะ แต่พักหลังช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ทำงานร่วมกับโครงการฯ บอกว่าได้ยินเสียงตัดไม้เกือบทุกวัน ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ต้นไม้ที่ใช้ทำรังของนกเงือกหายไป แต่เสียงเลื่อย และเสียงคนที่เข้าไปรบกวน ส่งผลให้นกเงือกในเทือกเขาบูโดจับคู่เข้าโพรงรังลดลงเกือบร้อยละ 50 หรือบางคู่ทิ้งโพรงรังไปเลยก็มี นอกจากนี้ เริ่มมีการขโมยลูกนกเงือกนำไปขายโดยกลุ่มคนที่เข้ามาลักลอบตัดไม้" หัวหน้าโครงการคุ้มครองนกเงือก (ส่วนภาคใต้) ระบุ

นายปรีดา เทียนส่งรัศมี นักวิจัยนกเงือก

นายปรีดา อธิบายต่ออีกว่า ในเขตเทือกเขาบูโดมีโพรงรังพร้อมให้นกเงือกเข้าทำรังบนต้นไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ประมาณ 200 รังต่อปี ซึ่งแต่ละปีมีนกเงือกจับคู่เข้าโพรงรังและได้ลูกนกประมาณปีละ 40-50 ตัว ทว่า ทุกวันนี้มีนกเงือกเข้าโพรงรังในฤดูจับคู่เพียง 20-25 รัง เท่ากับว่าประชากรนกเงือกที่เพิ่มขึ้นต่อปีลดลงกว่าครึ่ง แต่ยังไม่ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทางโครงการฯ เข้าไปดูแลให้นกเงือก 6 สายพันธุ์ เช่น นกเงือกปากดำ บริเวณเทือกเขาบูโดขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ จนได้ประชากรนกเงือกเพิ่มเป็น 1,000 กว่าตัว

"อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือรัฐบาลลงมาดูแล เพราะการทำงานร่วมกับชาวบ้านในการให้ช่วยสอดส่องดูแล ไม่ได้ยากหรือลำบากอย่างที่คิด" นายปรีดา กล่าว

ขณะที่ นายกมล ปล้องใหม่ ผู้ช่วยนักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างนกเงือกกับป่าไว้ว่า นกเงือกใช้ป่าเป็นแหล่งพักพิง หาอาหาร ขยายพันธุ์ ขณะเดียวกันนกเงือกก็ทำหน้าที่สร้างป่าให้สมบูรณ์ ลักษณะพิเศษของจะงอยปากที่ใหญ่และแข็งแรง ทำให้นกเงือกสามารถกินเมล็ดพันธุ์พืชที่มีขนาดใหญ่กว่า 2x3-2x5 เซนติเมตรได้ เช่น ต้นมาง ต้นตาเสือใหญ่ และต้นค้อ ขณะที่นกขนาดเล็กทำไม่ได้

"หากคิดเป็นอัตราส่วน นก 1 ตัว กินเมล็ดพันธุ์ 100 เมล็ดต่อวัน และเมล็ดพืชจะงอกเป็นต้นไม้ได้แค่ร้อยละ 5 ขณะที่นกเงือก 1 ตัวมีอายุเฉลี่ยราว 25 ปี สามารถเพิ่มต้นไม้ใหญ่ในป่าได้ถึง 45,625 ต้นต่อปี และหากคิดบนพื้นฐานของป่าสมบูรณ์ที่ต้องมีนกเงือกไม่ต่ำกว่า 500 ตัว ในการสืบเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ เมื่อคำนวณออกมาแล้วจะพบว่านกเงือกหนึ่งชนิดทำหน้าที่เพิ่มต้นไม้ให้แก่ป่าได้ถึง 22,812,500 ต้นต่อปี ลองคิดดูว่าหากนกเงือก 1 ชีวิต หายไปจากป่าต้นไม้จะหายไปกี่ต้น แล้วใครจะสานต่อภาระกิจคืนความสมบูรณ์สู่ผืนป่านี้" นายกมล กล่าว

ในวันเดียวกัน (3 พ.ค.) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แถลงข่าวจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า โดยมีหน่วยเฉพาะกิจ "พญาเสือ" ขึ้นตรงกับอธิบดีกรมอุทยานฯ เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและการล่าสัตว์ ซึ่ง นายธัญญา ระบุว่า อาจมอบหมายให้หน่วยพญาเสือดูแลพื้นที่ป่าบูโดด้วย

"สำหรับปัญหาลักลอบตัดไม้ในอุทยานแห่งชาติบูโดฯ นอกจากประสานกับแม่ทัพภาค 4 ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองแล้ว อาจให้หน่วยพญาเสือเข้าร่วมสะสางด้วย" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายธัญญา ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งลงสำรวจพื้นที่จนถึงช่วงบ่ายวันที่ 30 เม.ย. 2559 พบต้นตะเคียนชันตาแมวซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งถูกตัดโค่นทั้งหมด 7 ต้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 160-200 เซนติเมตร แต่การแปรรูปไม้และวางไว้กระจัดกระจายทั่วป่า ทำให้การนำเสนอข่าวเข้าใจผิดว่ามีไม้ในอุทยานถูกตัดจำนวนมาก และมีข้อมูลว่า การลักลอบตัดไม้ครั้งนี้เพื่อนำเงินจากการขายไปสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สิรินภา อิ่มศิริ

ผู้สื่อข่าวไทยบีพีเอสออนไลน์ รายงาน

ติดตามข่าวเกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่