ป.ป.ช.ปรับงานเชิงรุกปราบทุจริต
ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ฉบับ 2 ปี 2554 กำหนดให้ ป.ป.ช. จัดตั้งสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัด หรือ ป.ป.จ. ทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่ สอบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตในเบื้องต้น และการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ของข้าราชการ และนักการเมืองท้องถิ่น ที่สำคัญ คือ การป้องกันก่อนการทุจริต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถือเป็นการทำงานในเชิงรุก เพื่อป้องกัน ก่อนที่จะต้องปราบปราม
กฎหมายกำหนดให้ภายใน 2 ปี ต้องตั้ง ป.ป.ช.จังหวัดครบทั่วประเทศ รวมทั้ง กรรมการ ป.ป.จ. เบื้องต้นนำร่องตั้งแล้ว ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นแห่งแรกในประเทศ และเป็นที่ตั้งของ ป.ป.จ. พื้นที่เขต 7 ภาคกลาง โดยก่อนออกระเบียบ เพื่อกำหนดอำนาจในหน้าที่ให้ชัดเจนขึ้น แต่ ป.ป.จ. จะทำงานเพียงการไต่ส่วนข้อเท็จจริงในพื้นที่ ก่อนส่งให้ ป.ป.ช. ชี้มูล
การทำงานของ ป.ป.จ. จะส่งเสริมให้ประชาชนป้องกันการคอร์รัปชั่น และเมื่อเกิดเรื่องร้องเรียนจะสอบสวนข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยจะดำเนินการปกปิดพยาน ตามร่างระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่การยื่นร้องเรียน สืบเสาะข้อเท็จจริง ไต่สวนชี้มูล ไปจนถึงการส่งคดีเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้การทำงานของ ป.ป.ช.ง่ายขึ้น และประชาชนจะกล้าแจ้งเบาะแสได้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ลงมติเห็นชอบในร่างระเบียบ ป.ป.ช.ว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยานและเตรียมประกาศบังคับใช้ และนับเป็นระเบียบที่ออกโดยความของกฎหมายเดียวกับการก่อตั้ง ป.ป.จ. โดยให้ความหมาย ผู้ร้องขอรับการคุ้มครอง คือ ผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ผู้ทำคำร้อง ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ การร่ำรวยผิดปกติ และการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน และรวมไปถึง สามี ภรรยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานและบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอีกด้วย
