ภาคเหนือ-กลาง-อีสาน น้ำท่วมต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำท่วมยังคงสร้างความเสียหายให้กับ 30 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง และฝนที่ตกในพื้นที่ภาคเหนือ นอกจากจะทำให้มีน้ำท่วมต่อไปในหลายจังหวัด ยังเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำที่จะไหลมาสบทบในลุ่มน้ำภาคกลาง ทำให้จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ ส่วนน้ำที่ท่วมในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มส่งผลกระทบลุกลามไปในอีกหลายจังหวัด
วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยารายงานในพื้นที่ภาคเหนือ ยังมีฝนตกในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมหลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน กำแพงเพชร และพิจิตร ยังคงได้รับผลกระทบ ส่วนพายุไซโคลนกีรี ในอ่าวเบงกอลได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศพม่าแล้ว ซึ่งจะทำให้ในภาคเหนือยังคงมีฝนกระจาย และอาจส่งผลให้มีน้ำเหนือไหลลงมาสมทบในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นจากเดิม
จนขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยามีน้ำไหลผ่านมากถึง 3,073 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีมากกว่าเมื่อวานนี้เล็กน้อย ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มทั้งหมดมีน้ำท่วมสูงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทที่มีน้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ จังหวัดอ่างทองมีน้ำท่วม 7 อำเภอ โดยน้ำท่วมหนักที่อำเภอป่าโมก ส่วนอำเภอเมืองมีน้ำท่วมแล้ว แต่ยังคงมีแนวคันกั้นน้ำไว้ช่วยป้องกัน แต่คาดว่าในอีก 2 - 3 วันข้างหน้า จะมีน้ำสูงขึ้นอีกใกล้เคียงกับแนวคันกั้นน้ำ
จังหวัดสิงห์บุรี น้ำเข้าท่วมหนักที่อำเภออินทร์บุรี โดยมีระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตร อำเภอเมืองรอบนอกเริ่มมีน้ำท่วมที่ระดับ 40 เซนติเมตร แต่ในตัวเมืองยังมีแนวคันกั้นน้ำไว้ได้ ส่วนที่อำเภอพรหมบุรี ก็เริ่มมีสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งต้องเร่งน้ำกระสอบทรายเสริมแนวกั้นน้ำ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำท่วมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่อำเภอบางไทร ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสักไหลมารวมกัน ขณะนี้มีน้ำไหลผ่าน 3,004 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที โดยวันที่ 25-27 ตุลาคมนี้ เป็นช่วงเวลาที่น้ำทะเลจะหนุนสูง ซึ่งจะทำให้มีน้ำไหลผ่าน 3500 - 4000 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที
สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร คาดการณ์ว่าในวันพรุ่งนี้จะมีระดับน้ำสูง 2 เมตรจากริมตลิ่ง โดยกรมอุทกศาสตร์ ทหารเรือ คาดว่าหากมีน้ำไหลผ่าน 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำจะอยู่ที่ 2.13 เมตร และหากมีน้ำไหลผ่าน 4,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำจะอยู่ที่ 2.35 เมตร ซึ่งหากไม่มีฝนตกมาเสริม กรุงเทพมหานครยืนยันว่าจะสามารถรองรับน้ำได้ เพราะระดับเขื่อนกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความสูง 2.50 เมตร และขณะนี้ได้มีการเสริมแนวเขื่อนด้วยกระสอบทรายสูงขึ้นอีก 20 - 30 เซนติเมตรด้วย
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรีวันนี้ น้ำท่วมสูง 1 - 1.30 เมตร โดยลดระดับลง 10 เซนติเมตร คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์ สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอเมืองจะคลี่คลายลงได้ แต่การระบายน้ำออกจากจังหวัดลพบุรีทั้งหมด กรมชลประทานคาดว่าต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์ เพราะว่าต้องระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสัก ซึ่งยังมีระดับน้ำสูง ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง ก็จะทำให้การระบายน้ำช้าลงไปอีก
ในลุ่มน้ำมูล วันนี้น้ำจากจังหวัดนครราชสีมา กำลังไหลบ่าไปท่วมที่จังหวัดบุรีรัมย์ ริมลำน้ำมูลใน 3 อำเภอ คือ อำเภอคูเมือง, สตึก และแคนดง โดยขณะนี้เริ่มมีน้ำท่วมริมตลิ่งแล้ว โดยกรมชลประทานคาดว่า ภายในคืนนี้ หรือพรุ่งนี้เช้าน้ำจากนครราชสีมาจะมาถึง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมกว่า 1 เมตร ใน 3 อำเภอนี้ และน้ำน่าจะเดินทางไปท่วมในจังหวัดสุรินทร์ต่อไปในอีก 1 วันข้างหน้า ซึ่งคาดว่าพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำมูลจะถูกน้ำท่วม
ส่วนลุ่มน้ำชี สถานการณ์ในจังหวัดชัยภูมิเริ่มคลี่คลาย โดยขณะนี้ในอำเภอน้ำลดลงเหลือ 50 เซนติเมตร และจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยรถอาจจะวิ่งได้ในวันพรุ่งนี้ ส่วนอำเภออื่นๆ น้ำท่วมลดลงเหลือ 80 เซนติเมตร คาดว่าจะใช้เวลาอีก 7 -10 วัน จึงจะระบายน้ำได้หมด โดยน้ำได้ไหลไปท่วมในจังหวัดขอนแก่นบ้างแล้วที่อำเภอริมแม่น้ำชี ที่อำเภอบ้านไทร, โคกโพธิ์ชัย, มัญจคีรี, ชนบท, บ้านไผ่, บ้านแฮด, หนองเรือ และท่าพระ โดยอำเภอเมืองยังไม่มีน้ำท่วม แต่ประชาชนยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ยังมีน้ำเกินความจุของอ่าง จึงยังต้องระบายน้ำลงมา โดยน้ำที่ท่วมจังหวัดชัยภูมิจะเดินทางมาถึงจังหวัดขอนแก่นทั้งหมดภายใน 6 - 7 วันนี้
กรมป้องกันและบรระเทาสาธารณภัยรายงานว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ประสบอุทกภัยแล้ว 30 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 25 คน ได้รับบาดเจ็บ 1 คน สูญหาย 1 คน จังหวัดที่ประสบอุทกภัยแล้วในขณะนี้มีทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก แต่มี 2 จังหวัด คือ ระยอง และตราดที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สรุปพื้นที่การเกษตรเสียหายจากน้ำท่วมไปแล้วกว่า 4 ล้านไร่ มีเกษตรกรเดือดร้
