บลจ.อเบอร์ดีนชี้หุ้นเอเชียครึ่งปีแรกยังแรง
บลจ.อเบอร์ดีนชี้ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียยังมาแรงในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ หลังจากรับอานิสงส์รัฐบาลผุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเสริมสภาพคล่อง แนะจับตาครึ่งปีหลังรัฐยกเลิกมาตรการ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าระยะสั้นส่งผลดีต่อการซื้อขายเงินตราในเอเชียนายอดัม แมคเคบ ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้อาวุโส ทีมตราสารหนี้เอเชียแปซิฟิค บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดเอเชียปรับตัวขึ้นอย่างมากด้วยแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการเสริมสภาพคล่องของรัฐบาล ซึ่งแนวโน้มการปรับตัวสูงขึ้นของตลาดก็ยังอยู่ในช่วงครึ่งแรกปี 2553 ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามอง โดยความเสี่ยงหลักขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่รัฐบาลประเทศต่างๆ จะยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการเข้มงวดนโยบายการเงิน เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหากมีความผิดพลาดช่วงเวลาในการดำเนินการเพียงเล็กน้อย จะส่งผลอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และคาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะรอเวลาฟื้นตัวนานกว่าที่สมควรจะเป็น ดีกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงใดๆ เร็วจนเกินไป จนต้องเผชิญความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง
ส่วนนโยบายการเงินที่ไม่เข้มงวดจะไม่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงภาวะฟองสบู่เหมือนกับที่เกิดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะส่งผลลบต่อราคาของตราสารหนี้ แต่บริษัทกลับมองเห็นโอกาสในการลงทุน เพราะว่าราคาไม่อาจจะเป็นสิ่งสะท้อนทุกการเปลี่ยนแปลง ขณะที่การแข็งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในช่วงสั้นได้สร้างโอกาสการซื้อขายเงินตราในเอเชีย เช่น เงินวอน เงินรูเปี๊ยะ เงินรูปี และยังเห็นถึงมูลค่าของพันธบัตรระดับอินเวสเมนท์เกรด เมื่อเทียบกับพันธบัตรในยุโรปและสหรัฐ
"มองว่ามูลค่าธนาคารในเอเชียยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้อเบอร์ดีนยังเน้นหนักการลงทุนในสถาบันการเงิน และมองว่าการเลือกหุ้นที่จะลงทุนมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อเม็ดเงินที่เข้าลงทุนในตลาดหุ้นเริ่มลดลง จะเห็นว่านักลงทุนมองปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากชึ้น แต่อาจจะยังไม่แน่ชัดถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ ถึงแม้ว่าตลาดเริ่มอิ่มตัวและอาจมีการปรับตัวลดลง แต่สภาพคล่องยังมีอยู่ พร้อมเป็นแรงผลักดันให้ตลาดกลับมาสู่จุดสูงสุดอีกครั้งในช่วงเวลาอันสั้น" นายอดัม กล่าว
ด้านนายชัยเกษม วัฒนศิริพงษ์ หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายกองทุน บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า ผลตอบแทนของตลาดในปี 2553 จะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการฟื้นตัวจำกัดของกลุ่มประเทศ G3 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการส่งออกจะไม่กลับมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดวิกฤติในระยะเวลาอันใกล้ โดยคาดว่าใน 3-5 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจที่เติบโตในตลาดเกิดใหม่จะเป็นตัวหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สำหรับในประเทศไทยบริษัทจะเน้นจุดแข็งในฐานะเป็นผู้นำในกองทุนตราสารทุน โดยเฉพาะกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ และจะนำเสนอบริการใหม่ๆ เช่น การลงทุนรายเดือน การซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านอินเทอร์เน็ต และให้ความรู้ความเข้าใจนักลงทุนโดยพิจารณาจากพื้นฐานเพื่อผลตอบแทนในระยะยาว
