“ยิ่งลักษณ์” ปฏิเสธข่าวลือตั้ง “ทักษิณ” เป็นทูตการค้า

การเมือง
02:40
จำนวนผู้ชม 44
Thai PBS
“ยิ่งลักษณ์” ปฏิเสธข่าวลือตั้ง “ทักษิณ” เป็นทูตการค้า

“ยิ่งลักษณ์” ว่าที่นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวแต่งตั้ง “ทักษิณ” เป็นทูตทางการค้า ขณะที่มีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่า หากมีการแต่งตั้งตำแหน่งนี้จริง ก็อาจเป็นประโยชน์ในแง่ความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า คนไทยยอมรับได้หรือไม่ด้วย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีแนวคิดแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เป็นทูตการค้าพิเศษในรัฐบาล
แต่หากวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของตำแหน่งทูตการค้าพิเศษ หรือทูตทางการค้า ซึ่งยังไม่เคยมีใครดำรงตำแหน่งนี้มาก่อน ก็อาจตีความได้ว่า "ทูตทางการค้า" น่าจะหมายถึงงานทางการทูตและงานทางการค้าควบคู่กันไป
ส่วนตำแหน่งใกล้เคียงที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับกระแสข่าวครั้งนี้ ก็คือตำแหน่งผู้แทนทางการค้าไทย (TTR) ซึ่งจะเป็นผู้ที่รับหน้าที่โดยตรงจากนายกรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยตำแหน่งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง โดยเมื่อครั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลในปี 2545 ได้แต่งตั้งผู้รับหน้าที่นี้ รวม 6 คนด้วยกัน
ต่อมาในรัฐบาลชั่วคราวของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ปี 2549 ได้ยุบตำแหน่งนี้ไป ก่อนที่ตำแหน่งนี้จะหวนคืนมาอีกครั้งในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งนายเกียรติ สิทธีอมร เป็นประธานผู้แทนทางการค้าไทย พร้อมทั้งมีสมาชิกในคณะอีก 2 คน คือ นายวัชระ พรรณเชษฐ์ และนายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง
นอกเหนือไปจากตำแหน่งผู้แทนทางการค้าไทย หากพิจารณางานด้านการทูต ภายใต้กำกับของกระทรวงการต่างประเทศ ไทยจะมีเอกอัครราชทูตและทูตประจำประเทศต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศ ซึ่งจะมีตำแหน่งอัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์ หรือที่เรียกกันว่าทูตพาณิชย์ ที่หมายถึงข้าราชการของกระทรวงพาณิชย์ที่มีหน้าที่ด้านพาณิชย์ในคณะทูตไทย
และหากนำทั้ง 2 หน้าที่มาควบรวมกัน หมายถึงการขับเคลื่อนงานด้านการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็อาจตีความได้ว่า "ทูตการค้า" ที่ถูกระบุถึงนี้ อาจจะมีภารกิจในการขับเคลื่อนงาน 2 ด้านไปพร้อมๆ กัน ซึ่งหากมองในแง่ดี ด้วยความที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีประสบการณ์ทั้งด้านความสัมพันธ์ทางการทูตและการเป็นนักธุรกิจ ก็เป็นไปได้ว่า ภารกิจนี้จะสามารถขับเคลื่อนงานระหว่างประเทศ เพื่อช่วยงานรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง
แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับการยอมรับและความชอบธรรมในการแต่งตั้งตำแหน่งนี้ขึ้นมา หลังจากนี้คงต้องจับตาดูว่า พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเลือกเดินหน้าด้วยวิธีการใด ระหว่างความพยายามในการเดินหน้าด้านเศรษฐกิจกับความสุ่มเสี่ยงในการแต่งตั้งพี่ชายมาเป็นตัวช่วย ซึ่งอาจหมายถึงการต่อต้านอย่างรุนแรงจากสังคม และกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย และอาจส่งผลกระทบต่องานด้านความปรองดองที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยประกาศให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ
ส่วนโผคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 1 ที่มีการคาดการณ์กันเป็นรายวัน มีรายงานว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย รับหน้าที่เป็นผู้ประสานบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี รวมถึงประสานกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล โดยพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้คุมงานเดิม คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจะได้ตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ขณะที่พรรคพลังชลจะได้ตำแหน่ง รมว.แรงงาน ส่วนพรรคเพื่อไทยจะดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานที่แต่เดิมพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้ขอดูแล
ขณะที่กระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหมที่ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้จะต้องทำให้สถานการณ์ความหวาดระแวงระหว่างรัฐบาลเพื่อไทยและกองทัพผ่อนคลายลง ยังมีการพูดถึงชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมไปถึงบุคคลที่จะสามารถเป็นตัวกลางการประสานในส่วนอื่นๆ ได้ดี โดยรายชื่อยังไม่มีความชัดเจน
ส่วนตำแหน่ง รมว.มหาดไทยที่ถูกคาดหมายว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อาจเข้ามารับตำแหน่งนี้ ก็ได้รับการปฏิเสธจากนายยุงยุทธแล้ว โดยระบุว่า พร้อมจะทำงานในทุกตำแหน่ง และไม่ต้องการให้สื่อมวลชนคาดหมายล่วงหน้าเป็นรายวัน ขอให้รอดูมติของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมอีกครั้ง หลังการรับรองผลการเลือกตั้ง