ชาติไทยพัฒนาเดินหน้ารับสมัครเลือกตั้ง

การเมือง
05:10
จำนวนผู้ชม 52
Thai PBS
ชาติไทยพัฒนาเดินหน้ารับสมัครเลือกตั้ง

พรรคชาติไทยพัฒนาเดินหน้าในการรับสมัครเลือกตั้ง โดยได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อครบ 125 รายชื่อ และได้มอบให้เลขาธิการของพรรค กรรมการบริหารพรรคไปยื่นความจำนงที่จะสมัครรับเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนาในการลงรับสมัครเลือกตั้งว่า ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อครบ 125 รายชื่อ และได้มอบให้เลขาธิการของพรรค กรรมการบริหารพรรคไปยื่นความจำนงที่จะสมัครรับเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้ตัดสินใจในการส่งสมัครรับเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่เป็นกติกา และถูกกำหนดขึ้นตามกติกาเป็นสิ่งที่พรรคปฏิเสธไม่ได้ จึงต้องลงสนามลงสู่เลือกตั้ง ส่วนเรื่องความวุ่นวายที่เกิดจะเกิดขึ้นหลังจากสมัคร ตอนสมัคร หรือจนกระทั่งถึงการปราศรัยหาเสียง กระทั่งลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง คิดว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น พรรคการเมืองมีหน้าที่ปฏิบัติตามภาระพันธะของตัวเองที่มีหน้าที่เท่านั้น

สำหรับรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 1 เป็นนายบรรหาร ศิลปอาชา ส่วนหมายเลขอื่นๆ จะให้ กกต.เป็นผู้ประกาศเองมากกว่า เพราะได้ส่งไปให้ กกต.แล้ว ขณะที่การส่งรายชื่อนายบรรหารเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 1 เพื่อเข้าไปสร้างความปรองดอง และในฐานะที่นายบรรหารเป็นอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย และเป็นที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาในวันนี้ ความอาวุโส ประสบการณ์ การยอมรับของคนในสังคมไม่มีใครปฏิเสธ การที่นายบรรหารขันอาสามาเป็นผู้สมัครหมายเลข 1 จึงเป็นสิ่งที่สมาชิกของพรรคต่างยินดี และพร้อมที่จะสนับสนุน

ทั้งนี้ พรรคชาติไทยพัฒนายังมีความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา และระบอบประชาธิปไตย จึงชูคำขวัญในประเด็นนี้ว่าเราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และมาร่วมแรงกันปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งการปฏิรูปประเทศวันนี้มีข้อมูลอยู่ในมือไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง สังคม อันไหนจะทำได้ก่อนได้หลัง พร้อมในการที่จะประกาศให้สังคมรับรู้ใน 1 ปีเมื่อทำสิ่งเหล่านี้สำเร็จ พร้อมที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชนด้วยการกลับไปเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกา และสถานการณ์ที่ปฏิรูปเสร็จไปแล้วภายใน 1 ปี

อย่างไรก็ตาม มองว่าคนไทย และทุกพรรคการเมืองมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุความรุนแรง แต่เชื่อว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชน เมื่อผ่านกระบวนการรับสมัครเสร็จไปแล้วน่าจะมาให้ความร่วมมือในการที่ผลักดันให้การเลือกตั้งผ่าน และลุล่วงไปได้ ไม่มีใครอยากเห็นการเผชิญหน้ากัน ไม่มีใครอยากเห็นสุญญากาศทางการเมืองเกิดขึ้นต่อไป