นักธุรกิจกังวลโครงการประชานิยม

เศรษฐกิจ
08:32
จำนวนผู้ชม 26
Thai PBS
นักธุรกิจกังวลโครงการประชานิยม

นักวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เสนอให้รัฐบาลใหม่ ตั้งทีมควบคุมงบประมาณ หลังพบว่าโครงการประชานิยมตามที่หาเสียงต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ขณะที่ผู้ประกอบการกังวลกับนโยบายราคาสินค้าเกษตร คอร์รัปชั่น และการขึ้นค่าแรง มากที่สุด

ผลสำรวจ "ทัศนะของผู้ประกอบการต่อนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ และภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจไทยหลังการเลือกตั้ง" ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่าผู้ประกอบการร้อยละ 43.6 เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ ซึ่งประเด็นเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไข 5 อันดับแรก ได้แก่ ความขัดแย้งการเมือง,ปัญหาคอร์รัปชั่น, ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง, ปัญหาค่าครองชีพ และการเพิ่มรายได้ประชาชน

ขณะเดียวกันกังวลต่อการบิดเบือนราคาสินค้าเกษตร ,นโยบายที่เปิดโอกาสให้คอร์รัปชั่นมากขึ้น รวมถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 บาท ที่จะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ส่วนนโยบายการรับจำนำสินค้าเกษตร มีผู้ประกอบการเห็นด้วย 6.37 คะแนน จากคะแนนเต็ม10 และเชื่อว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ

ด้าน ผศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หลังเลือกตั้งทิศทางเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้นจากการเมืองที่มีเสถียรภาพ และทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ปีนี้ อยู่ที่ร้อยละ4.5 - 5 ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นห่วงนโยบายรับจำนำสินค้าเกษตร ที่ยังไม่มีการกำหนดปริมาณรับจำนำข้าว เพราะหากจำนำทั้งระบบจะต้องใช้งบประมาณถึง 450,000 ล้านบาท และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทให้กับผู้ใช้แรงงานทั้งระบบที่ 5 ล้านคน จะต้องใช้งบประมาณถึง 140,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเมื่อรวมนโยบายทั้งหมดจะต้องใช้งบประมาณกว่า 3 - 4 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจกระทบต่อวินัยการคลัง ดังนั้นรัฐบาลควรจัดตั้งทีมพิเศษในการดูแลและควบคุมการใช้งบประมาณนโยบายต่างๆด้วย