รัฐบาลเตรียมเปิดเวทีหาทางออกประเทศ
ด้วยสถานการณ์การชุมนุม และข้อเรียกร้องของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. เพื่อจัดตั้งสภาประชาชน จนกลายเป็นความเห็นต่าง ที่รัฐบาลออกมาชี้ว่าไม่มีกฎหมายรองรับที่จะดำเนินการได้ นำมาซึ่งเหตุการณ์ชุมนุมที่ยืดเยื้อนั้น ศาสตราจารย์ คณิต ณ นคร อดีตประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. กล่าวยอมรับว่ายากที่จะหาทางออก เพื่อเสนอให้ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน และคลี่คลายสถานการณ์ได้โดยเร็ว
ศาสตราจารย์คณิตกล่าวย้ำว่า กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากฝ่ายการเมือง ไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอของคอป.ที่ศึกษาและเสนอแนะมาโดยตลอด ตรงกันข้ามกลับตรากฎหมายนิรโทษกรรม ที่ขัดต่อหลักนิติธรรมและนิติรัฐ จึงเป็นต้นเหตุของความเห็นต่างและนำมาซึ่งความขัดแย้ง พร้อมระบุว่าชนวนเหตุสำคัญยังเกี่ยวข้องกับความเสียสละของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเคยเสนอไปแล้วว่า ต้องยุติกิจกรรมทางการเมืองทุกรูปแบบ เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข แต่ก็ถูกปฏิเสธและวิพากษ์วิจารณ์กลับอย่างรุนแรง
ศาสตราจารย์คณิตอธิบายว่า กรณีปัญหาในปัจจุบันเกิดจาก 3 ประเด็น คือ กฎหมายที่ยังคงมีปัญหาและช่องว่าง นักกฎหมายที่ยังตีความ และถ่ายทอดบิดเบือนและสุดท้ายคือ การศึกษากฎหมายที่ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตัวอักษร จึงเป็นที่มาของการถามหาระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ พร้อมกันนั้นก็กล่าวเปิดเผยว่า จะเขียนจดหมายเปิดผนึกเพื่อยื่นข้อเสนอให้ผู้เกี่ยวข้องยกเลิกข้อกล่าวหาในคดีก่อการร้ายทุกคดีทุกฝ่าย เพื่อเยียวยาแก้ปัญหาที่ต้นทาง ภายในสัปดาห์นี้อาจ
สำหรับความคืบหน้าในการเปิดเวทีเพื่อหาทางออกของประเทศนั้น หลังนายพงศ์เทพ เทพกาญจนาและนายวราเทพ รัตนากร กล่าวยืนยันที่จะมีความชัดเจน หลังวันที่ 5 ธันวาคมนั้น มีรายงานว่า ได้มอบหมายให้นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปรวบรวมข้อมูลเวทีการพูดคุยที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพื่อนำเสนอและพิจารณาให้ดำเนินการอีกครั้ง โดยเวทีนี้จะเฉพาะเจาะจงไว้ที่การหาทางออกให้กับสถานการณ์การณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการจัดตั้งสภาประชาชนตามข้อเสนอของกปปส.
มีรายงานว่า ปลัดกระทรวงยุติธรรมเตรียมเสนอให้ภาคเอกชนหรือองค์กรอิสระเป็นผู้จัดตั้งเวทีการพูดคุยครั้งนี้ โดยรัฐบาลไม่ควรเป็นเจ้าภาพจัดเวทีนี้ ด้วยเหตุผลที่จะสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเข้าร่วม และย้ำถึงหลักความเป็นธรรมที่จะไม่ให้เวทีการพูดคุยเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง และต้องเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยที่ยอมรับได้
