ภาคเอกชนหวั่นประชานิยมของรัฐบาลใหม่ทำงบเสียดุล
แม้หุ้นไทยวานนี้จะปิดบวกหลังแถลงความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล แต่หลายกลุ่มยังเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหาและดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ เพราะนโยบายบางอย่างของพรรคเพื่อไทยอาจกระทบต่อการบริหารงานของประเทศ
แม้จะมีเสียงตอบรับจากตลาดหลักทรัพย์ด้วยดัชนีที่บวกถึง 48 .80 จุด แต่นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ก็ยังยอมรับว่า กังวลกับนโยบายประชานิยมที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ทั้งที่รัฐบาลควรทำงบประมาณให้กลับมาสมดุล จึงขอให้รัฐบาลคิดอย่างรอบคอบในการตัดสินใจ อย่าเชื่อมั่นการทำงานของตนเองมากเกินไป เพราะอาจเกิดความล้มเหลว นอกจากนี้ ภายใน 6 เดือน หลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ควรมีทิศทางที่ชัดเจนว่าจะบริหารประเทศไปในทิศทางใด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับประชาชนและนักลงทุน
ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดหวังให้รัฐบาลใหม่เลือกผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจให้เหมาะสมมีความรู้ความสามารถ กล้าตัดสินใจ โดยการสรรหาคนในหรือคนนอกที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับมาร่วมทีม ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากรัฐและเอกชนที่ร่วมมืออย่างจริงจัง จะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 1-2
ส่วนมุมมองของสื่อต่างประเทศต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ นายนิร์มัล กอช ผู้สื่อข่าวสิงคโปร์ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทยต่อเนื่อง 8 ปี ระบุว่า ได้เห็นพัฒนาการการเมืองไทยที่เติบโตขึ้น แม้จะพบว่ามีหลายพื้นที่ที่มีการซื้อเสียง แต่จากการพูดคุยกับประชาชนพบว่า แม้จะยอมรับผลประโยชน์แต่จะลงคะแนนเลือกคนที่ต้องการเท่านั้น ซึ่งผู้สื่อข่าวต่างประเทศเห็นว่า ความคิดทางการเมืองของคนไทยเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ด้านสำนักข่าวบีบีซีคาดการณ์ว่า หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะต้องเผชิญความท้าทายในเรื่องความแตกแยกทางการเมือง โดยต้องแสดงให้เห็นว่า สามารถเป็นผู้นำที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
