
" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news22102013/202954-imagepng-305031.png
การตัดทอนเนื้อหาในงานเขียนเป็นเรื่องยากที่ผู้ประพันธ์จะยอมได้ โดยเฉพาะในโลกตะวันตก แต่สำหรับตลาดวรรณกรรมในจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีนักเขียนไม่น้อยยอมให้มีการตัดทอนเนื้อหาบางส่วนที่พาดพิงการเมือง เพื่อให้ได้สิทธิ์จัดจำหน่าย แม้จะถูกวิจารณ์ว่า ละทิ้งจรรยาบรรณของสื่อมวลชนก็ตาม
หนังสือ Deng Xiaoping and the Transformation of China ของ เอซซ่า โวเกล ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญระหว่างที่ เติ้งเสี่ยวผิง เป็นผู้นำจีน ทั้งการล่มสลายของระบอบสังคมนิยมในยุโรป, การกักตัว จ้าวจื่อหยาง อดีตนายกรัฐมนตรีผู้คัดค้านการปราบปรามนักศึกษาที่จตุรัสเทียนอันเหมิน จนถึงความเกรงกลัวต่อพลังมวลชนที่ทำให้เติ้งเสี่ยวผิงมือสั่นจนทำเกี๊ยวหล่นจากตะเกียบในงานเลี้ยงรับรองผู้นำสหภาพโซเวียต
แต่ข้อมูลทั้งหมดนี้กลับไปไม่พบในฉบับแปลภาษาจีน เพราะถูกสำนักพิมพ์เซนเซอร์ด้วยกลัวทางการจีนจะห้ามจำหน่าย ผู้เห็นชอบการตัดทอนครั้งนี้ยังรวมถึงตัวผู้ประพันธ์เอง ที่เห็นว่า ผลงานถูกตัดไปหนึ่งส่วน ทำให้เก้าส่วนที่เหลือมีโอกาสได้วางจำหน่าย จนภายหลังหนังสือเล่มนี้ประสบความสำเร็จทางยอดขาย ถึง 650,000 เล่มในจีน
แต่ 5 ปีมานี้ ท่าทีแข็งขืนของนักเขียนต่างชาติเริ่มลดลง หลังตลาดวรรณกรรมจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อผลงานของนักเขียนตะวันตกเป็นที่ต้องการของนักอ่านแดนมังกรอย่างสูง โดยปีก่อนยอดขายอีบุ๊คของนักเขียนอเมริกันเพิ่มขึ้นร้อยละ 56 และปีที่แล้วมีการซื้อลิขสิทธิ์การแปลหนังสือต่างชาติในจีนกว่า 16,000 เรื่อง เพิ่มจากปี 1995 เกือบ 10 เท่า กระแสดังกล่าว ถือเป็นขุมทรัพย์ของนักเขียนดังที่สามารถเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้ง วอลเตอร์ ไอแซคเซ่น เจ้าของชีวประวัติสตีฟ จ็อบส์ ได้ค่าลิขสิทธิ์เกือบ 25 ล้านบาท ส่วน เจ.เค.โรว์ลิง ก็ทำเงินค่าลิขสิทธิ์ปีที่แล้วถึง 72 ล้านบาท
แม้วันนี้ จีนจะเปิดกว้างด้านการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น แต่มีหลายประเด็นที่เป็นเรื่องที่ทางการจีนยังคงไม่อนุญาตให้นำเสนอ ทั้งปัญหาชนกลุ่มน้อย, กลุ่มฟาหลุนกง และประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน การกล่าวถึงการปฎิวัติวัฒนธรรม และผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด บ่อยครั้งที่เจ้าของสำนักพิมพ์ในจีนเป็นผู้เซนเซอร์เนื้อหาดังกล่าวเสียเองเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แต่ใช่ว่านักเขียนทุกคนจะยอมทำตาม เมื่อ เฉียวเฉ่าหลง นักเขียนอังกฤษเชื้อสายจีน ไม่ยอมให้ผลงานล่าสุดของตนตีพิมพ์ในภาษาจีน หลังถูกห้ามใช้เมืองเซี่ยงไฮ้เป็นฉากหลังสำหรับการก่ออาชญากรรม โดย เจมส์ คินจ์ คอลัมนิสต์ของ Financial Times ผู้ไม่ยอมให้งานเขียนแปลเป็นภาษาจีนหลังถูกบังคับให้ตัดเนื้อหาออกไปทั้งบท กล่าวว่าในฐานะสื่อมวลชนความถูกต้องมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด การยอมบิดเบือนข้อมูลเพื่อหวังผลทางธุรกิจ ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้