เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ปราศรัยใหญ่ท่ามกลางสายฝน
การปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทยที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ได้มีการปราศรัยขอให้คนกรุงเทพมหานครเลือกผู้สมัคร ส.ส.พรรคทั้ง 33 เขต พร้อมยืนยันการพัฒนากรุงเทพมหานครในทุกด้าน และขอให้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นปราศรัยท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมความมั่นใจว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่จะทำให้อีก 9 ปี จะไม่มีคนยากจนในประเทศ
ส่วนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ใช้เวลาปราศรัยไม่นานนักเนื่องจากฝนตกหนักตั้งแต่เริ่มการปราศรัย โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัยปิดท้ายโดยย้ำในนโยบายของพรรคที่สามารถทำได้จริง และทุกนโยบายมีผลต่อเศรษฐกิจต่อประเทศ บนเวทียังได้นำกลุ่มชาวบ้านมาขึ้นบนเวทีปราศรัย ทั้งกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายการประกันรายได้ กลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ รวมถึงกลุ่ม นปช. ที่ได้ร่วมทำนากับนายอภิสิทธิ์ ในช่วงลงพื้นที่หาเสียง
ส่วนผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดพิษณุโลก ทั้งพรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยพร้อมกันกับเวทีใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร และมีประชาชนรับฟังวิดีโอลิงค์การปราศรัยใหญ่ที่ของทั้ง 2 พรรคบริเวณ สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ และลานจอดรถตลาดสดร่วมใจ เช่นเดียวกับหลายพื้นที่ที่ทั้ง 2 พรรคได้ถ่ายทอดสัญญาณการปราศรัยไปถึง
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัยใหญ่ ที่สนามกีฬากลาง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีแกนนำพรรคทั้ง นายชัย ชิดชอบ , นายโสภณ ซารัมย์ , นายศุภชัย ใจสมุทร และผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 6 เขต โดยเนื้อหาปราศรัยได้ลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียดในการแยกตัวออกจากพรรคพลังประชาชนเพื่อต้องการให้ประเทศมีทางออก ไม่ได้เป็นเรื่องการทรยศต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างที่บางฝ่ายหาเสียงโจมตี พร้อมตั้งใจจะเป็นพรรคของคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาเปิดเวทีปราศรัยที่ด้านหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และ แกนนำพรรคขึ้นเวทีปราศรัยกันครบ ท่ามกลางฝนตกหนัก พร้อมชูนโยบายปรองดองไม่แบ่งขั้ว สลายสี โดยมี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นผู้ประสานไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น
