เพื่อไทยยังไม่ประเมินจำนวน ส.ส.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่ายังไม่ขอประเมินจำนวน ส.ส. หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. 270 ที่นั่ง และหากมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคที่มีอุดมการณ์ร่วมกันได้ และเห็นชอบกับนโยบายของพรรคสัญญาประชาคมไว้ก็มีความยินดีที่จะร่วมกับพรรคอื่นๆ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวก่อนลงพื้นที่หาเสียงช่วยลูกพรรคที่จังหวัดกำแพงเพชร ปฏิเสธถึงการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค หากได้ ส.ส. ต่ำกว่า 170 ที่นั่ง แต่ยอมรับว่าหากทำให้พรรคถดถอยลงกว่าเดิมและแพ้การเลือกตั้งก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสุรินทร์ โดยไม่เห็นด้วยกับการแสดงวิสัยทัศน์ หรือ ดีเบต ระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับ นายอภิสิทธิ์ เนื่องจากมองว่าการดีเบตของแกนนำ 2 พรรคการเมืองใหญ่ทำให้เกิด ความไม่เป็นธรรมกับพรรคขนาดกลางและพรรคเล็กได้
ส่วนกระแสจัดตั้งรัฐบาลหลังมีกระแสว่ากลุ่มสมาชิกพรรคบางส่วนของพรรคภูมิใจไทย อาจจะแยกไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าพรรคไม่มีกลุ่มก้อนใดๆในลักษณะของงูเห่า โดยเฉพาะการที่ ส.ส.ในกลุ่มมัชฌิมาจะทิ้งกลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ แต่ยอมรับว่าผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในกลุ่มของภาคเหนือตอนล่างก็ได้มาหารือทางการเมือง แต่ไม่ได้พูดถึงว่าจะย้ายไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย
ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านโทรทัศน์ในเครือกองทัพบกจนเกิดกระแสการวิจารณ์นั้น พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ระบุว่าจากนี้ไปในช่วง 2 สัปดาห์ ก่อนการเลือกตั้ง ผู้บัญชาการทหารบกจะงดให้สัมภาษณ์รายวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างประเด็นโต้ตอบกันไปมา และป้องกันไม่ให้ถูกดึงไปเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ถ้าหากมีข้อมูลหรือประเด็นที่สำคัญต้องชี้แจงก็จะให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน กอ.รมน. มีหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตามที่การร้องเรียนมา หากพิจารณาว่ามีผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ก็จะส่งข้อมูลไปให้ผู้ที่รับผิดชอบและ หากมีการใส่ร้ายป้ายสีเอนเอียงกับพรรคการเมืองใด หรือใช้คำพูดทำลายพรรคการเมืองใด ก็จะเข้าข่ายกฎหมายเลือกตั้ง
