ชี้เหตุรุนแรงช่วงเลือกตั้งยังควบคุมได้
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์มองว่า เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงของการเลือกตั้งยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยเป็นการใช้ความรุนแรงที่หวังผลเพื่อต้องการเอาชนะคู่แข่งขันเท่านั้น ขณะที่ความรุนแรงที่หวังล้ม หรือแทรกแซงการเลือกตั้งที่กระทำโดยผู้มีอำนาจรัฐ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังมิให้เกิดขึ้น เพราะอาจนับไปสู่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการประท้วงของประชาชนได้
ในการสัมมนาหัวข้อ “ยิ่งกว่าจำนวน : รัฐศาสตร์การเลือกตั้งไทยในสภาวะไม่แน่นอน” ที่จัดขึ้นโดยคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย ก่อนวันหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ผ่านมา พบว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้น้อยกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา และเชื่อว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้สามารถควบคุมได้ และเป็นเพียงการใช้ความรุนแรงที่ทำร้ายคู่แข่งขันทางการเมืองเพื่อหวังผลต่อตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น
ขณะที่ความรุนแรงเพื่อล้มหรือแทรกแซงการเลือกตั้งเป็นความรุนแรงประเภทหนึ่งที่สังคมและสื่อมวลชนต้องเฝ้าระวังมิให้เกิดขึ้นหลังผลการเลือกตั้งออกมา เนื่องจากอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งความรุนแรงประเภทนี้เป็นการกระทำโดยผู้มีอำนาจรัฐที่เข้ามาแทรกแซง บิดเบือน หรือล้มการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งผลของความรุนแรงประเภทนี้อาจนำไปสู่ความรุนแรงประเภทที่ 3 ได้
จากการเก็บรวมรวบข้อมูลพบว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นทั้งสิ้น 24 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย โดยการลอบทำร้ายคู่แข่งขันทางการเมืองพบบ่อยที่สุด ขณะที่พื้นที่เสี่ยงของการใช้ความรุนแรงเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีใครผูกขาด หรือที่มีคะแนนนิยมสูสีกัน หรือเป็นพื้นที่ที่มีประวัติความขัดแย้งกันสูง
ขณะที่นายอรรถสิทธิ์ พานแก้ว นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มองว่า การหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในขณะนี้ ยังพูดถึงนโยบายของตนเองไม่ชัดเจน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ และอาจทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเลือกนักการเมืองหน้าเดิมๆ กลับเข้ามาอีก
นอกจากนั้นยังกล่าวอีกว่า เวลาที่เหลือจากนี้อยากให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตรวจสอบข้อมูลและนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ www.tpd.in.th ซึ่งในวันนี้ (15 มิ.ย.) เว็บไซต์ดังกล่าวจะมีการเปิดเผยถึงพฤติกรรมสีเทาของนักการเมืองที่มีการตรวจสอบจากหน่ายงานภาครัฐด้วย
