คนร้ายค้ายาโหด ยิงชายพิการโปลิโอตายย่านซ.อรุณอัมรินทร์ ชิงมอเตอร์ไซต์หนีตำรวจไปได้ 1 คน
ตำรวจพบศพนายชินทัต แสนสุข อายุ 49 ปี พิการเป็นโปลิโอที่ขาทั้ง 2 ข้าง ถูกคนร้ายยิงเข้าที่ขมับขวาเสียชีวิต บริเวณริมทางเดินหน้าบ้านเลขที่ 80/5 ใกล้กันมีปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร ตกอยู่ใต้ฝ่าเท้าของผู้ตาย 1 ปลอก ขณะเกิดเหตุตำรวจสามารถควบคุมตัวเพื่อนของคนร้ายไว้ได้ 1 คน คือ นายชานนท์ อั้นเจริญ อายุ 29 ปี ส่วนมือปืนคือนายบอล ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริงได้วิ่งหลบหนีไป
โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุตำรวจนครบาลบางยี่ขันได้เข้าไปตรวจความเรียบร้อยภายในโรงแรมอาร์ดี และพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน สวมชุดคล้ายทหารกำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากโรงแรมจึงเข้าขอตรวจค้น แต่นายบอลได้ยิงปืนต่อสู้ 4 นัด และวิ่งหลบหนีเข้าไปในชุมชน ภายในซอยอรุณอัมรินทร์ 24 ติดกับโรงแรม ระหว่างนั้นตำรวจควบคุมตัวนายชานนท์ไว้ได้ พร้อมรถจักรยานยนต์ แต่นายบอลได้ว่ายน้ำหลบหนีเข้าไปในซอย และยิงชายพิการเสียชีวิต ก่อนจะขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำเทา หมายเลขทะเบียน ยลจ 388 กรุงเทพมหานคร ที่จอดไว้บริเวณหน้าเมรุภายในวัดดุสิตาราม ขับหลบหนีไปมุ่งหน้าสี่แยกอรุณอัมรินทร์
ขณะที่พยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าคนร้ายได้ปีนกำแพงหลบหนีออกมาจากหลังบ้านเลขที่ 80 /5 ในสภาพเนื้อตัวเปียก แล้ววิ่งออกมาตรงทางเดิน และเมื่อเห็นผู้ตายนั่งอยู่ที่หน้าร้านขายของชำ จึงใช้ปืนยิงเข้าที่ขมับขวาทำให้เสียชีวิตทันที
ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าผู้ต้องหามาเปิดห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และได้เสพยาเสพติดกันทั้งคืน จากประวัติพบว่านายชานนท์เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่เอกชัย และจังหวัดสมุทรสาคร เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติดในท้องที่ตำรวจนครบาลตลาดพลู บางยี่เรือ และบางบอน ส่วนนายบอลอ้างว่าเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน ทราบว่าเป็นคนจังหวัดภูเก็ต เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในจังหวัดภูเก็ตด้วย คาดว่าที่นายบอลยิงต่อสู้ครั้งนี้น่าจะกลัวถูกจับและมีความผิดเรื่องของยาเสพติด และที่ยิงนายชินทัตเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 สั่งตั้งชุดไล่ล่านายบอลแล้ว พร้อมทั้งกำชับหากพบการต่อสู้ขัดขืนสามารถวิสามัญฆาตกรรมได้ทันที ส่วนนายชานนท์เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดและร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
