พรรคการเมืองส่วนใหญ่ชูประชานิยมเป็นนโยบายเศรษฐกิจ

การเมือง
16:00
จำนวนผู้ชม 25
Thai PBS
พรรคการเมืองส่วนใหญ่ชูประชานิยมเป็นนโยบายเศรษฐกิจ

ประชานิยมได้ถูกกำหนดให้เป็นนโยบายเศรษฐกิจแทบทุกพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือรายได้เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย การลดหนี้ และการกำหนดราคาพลังงาน ขณะที่บางพรรคชูจุดเด่น ตั้งครม.หยุดโกง แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นตามที่ภาคเอกชนเรียกร้องมาโดยตลอด

ในงาน "ท้าความคิดประชันนโยบายปากท้องกับ 5 พรรคการเมือง" ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทางพรรคได้ให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพประชาชน โดยเตรียมจัดทำเครดิตการ์ดพลังงานเพื่อช่วยเหลือรถแท็กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตู้โดยสาร จากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวเครดิตการ์ดชาวนาสินเชื่อดอกเบี้ย 0 เปอร์เซนต์ รวมถึงฟื้นฟูโครงการกองทุนหมู่บ้านเพื่อพัฒนาเป็นธนาคารหมู่บ้าน, ลดภาษีนิติบุคคล จากปัจจุบันร้อยละ 30 เหลือ 20 ในปี 2556, ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 10 สายราคา 20 บาทตลอดสาย และแจกแท็บเล็ตนักเรียน ป.1 จำนวน 800,000 เครื่อง

ขณะที่ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ทางพรรคพร้อมปรับปรุงโครงสร้างภาษีทั้งระบบ ซึ่งคาดว่าจะจัดเก็บได้เพิ่มอีกปีละ 500,000 ล้านบาท พร้อมตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ประเทศไทยเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว, ตั้งกรรมการระดับชาติดูแลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และที่สำคัญจะสร้าง ครม.หยุดโกง

นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า จะเน้นแก้ปัญหาปากท้อง โดยตรึงราคาเบนซินไม่เกินลิตรละ 35 บาท ดีเซลไม่เกิน 30 บาท, ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผู้เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานใน 5 ปีแรก, ปรับระบบบัตรโดยสารทุกระบบราคาเดียว, ให้เกษตรกรเลือกวิธีจำนำหรือประกันรายได้สินค้าเกษตร และปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 350 บาท ภายใน 3 ปี

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่าพร้อมสานต่อโครงการประกันรายได้ เดินหน้าลดต้นทุนปุ๋ย ทำประกันภัยพืชผล ขึ้นค่าแรงร้อยละ 25 ภายใน 2 ปี สานต่อโครงการบ้านหลังแรก ลดหนี้บัตรเคตรดิต เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน และปรับปรุงภาษีทรัพย์สิน และที่ดิน

ส่วนตัวแทนพรรคภูมิใจไทย นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล กล่าวว่า พรรคไม่เน้นนโยบายขายฝัน โดยจัดทำนโยบายบนข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ เช่น ลดภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 5 อุดหนุนงบประมาณด้านการท่องเที่ยวจังหวัดละ 1 ล้านบาท ส่วนภาคการเกษตรจะเลือกวิธีประกันรายเกษตรกร โดยราคาข้าวเปลือกไม่ต่ำกว่าตันละ 20,000 บาท