อนุกมธ.พลังงานค้านขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือน - หน้าโรงกลั่น

เศรษฐกิจ
14:50
จำนวนผู้ชม 65
Thai PBS
อนุกมธ.พลังงานค้านขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือน - หน้าโรงกลั่น

เครือข่ายประชาชนเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อบังคับให้มีการคืนระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเลจาก ปตท.ตามที่ศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำสั่งเมื่อปี 2550 ขณะที่คณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา คัดค้านการปรับราคาแอลพีจีครัวเรือนปีหน้า รวมทั้งการปรับสูตรราคาหน้าโรงกลั่น

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี คณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา ระบุว่าส่วนหนึ่งของโฆษณาชุดรวมพลังงานปลดดินพอกหางหมูของกระทรวงพลังงานบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะให้ข้อมูลว่าปัญหาเกิดจากภาคครัวเรือน และยานยนต์ใช้แอลพีจีอย่างสิ้นเปลือง จนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีใช้เกือบครึ่งหนึ่ง และขยายตัวช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ยังไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนหลังครบกำหนดตรึงราคาสิ้นปีนี้ รวมถึงกรณีกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร้องขอต่อกระทรวงพลังงานเปลี่ยนสูตรราคาแอลพีจีหน้าโรงกลั่นให้อิงกับราคาตลาดโลกอย่างเดียว เพื่อจูงใจให้ผลิตแอลพีจีออกสู่ตลาดมากขึ้นจากเดือนละ 80,000 ตัน เป็น 140,000 ตัน เพราะราคาตลาดโลกสูงกว่าราคาหน้าโรงกลั่นตันละ 130 ดอลลาร์สหรัฐ

มีรายงานจากกระทรวงพลังงานระบุว่า กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานอยู่ระหว่างศึกษาข้อเสนอของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน แต่จะคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ และหากจะเปลี่ยนแปลงการคิดราคาต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช.

ทั้งนี้ หากโรงกลั่นน้ำมันเพิ่มการจำหน่ายแอลพีจีในท้องตลาด ก็อาจใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งมีราคาถูกกว่ามาเป็นเชื้อเพลิงในโรงกลั่นแทน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนก๊าซธรรมชาติได้

ขณะที่พรุ่งนี้ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และผู้ร่วมฟ้องที่มอบอำนาจให้กว่า 1,000 คน จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ คณะรัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี,กระทรวงการคลัง, กระทรวงพลังงาน และ ปตท. ติดตามท่อก๊าซบนบกและในทะเลที่มีก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2544 กลับมาเป็นของรัฐ เนื่องจากคืนทรัพย์สินยังไม่ครบถ้วน มูลค่ากว่า 47,000 ล้านบาท ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งจากการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย