บช.น.เผยผลปราบปรามอาชญากรรมในรอบ 3 เดือน ลดลงร้อยละ 50
คดีแรกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สามารถจับชาวลาวได้ 2 คน คือนายสุนทาน จันทจร และนายพันงา เทวานน พร้อมยาบ้า 100,000 เม็ด ได้ที่ริมถนนพหลโยธิน ตรงข้ามโรงพยาบาลนวนคร หลังทั้งสองคนนั่งรถโดยสารประจำทางลักลอบขนยาเสพติดจากจังหวัดนครพนมมาส่งให้ผู้ซื้อที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ค่าขนส่งคนละ 5,000 บาท
อีก 1 คดีเป็นคดีที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถจับผู้ต้องหาชาวไทยภูเขา 3 คนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดเชียงราย พร้อมยาไอซ์ 62 กิโลกรัม สำหรับคดีนี้เกิดจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนขับรถที่ขนส่งยาไอซ์ของกลางมา เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และคนขับหลบหนี ต่อมาผู้ตองหาพยายามจะเข้ามาที่รถของกลาง เพื่อจะขนยาไอซ์ที่ซุกซ่อนในรถออกไป ตำรวจจึงเข้าจับกุม เบื้องต้นจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารพบการเคลื่อนไหวเงินหลักล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 คนนี้มีหน้าที่เป็นผู้ขนยาเสพติดเข้ามาในกรุงเทพ
สำหรับปัญหายาเสพติดและปัญหาอาชญากรรมทำให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล โครงการกองบัญชาการตำรวจนครบาลร่วมใจเครือข่ายรักษาความปลอดภัยป้องกันภัยอาชญากรรม โดยมีบริษัทรักษาความปลอดภัย กว่า 1,200 บริษัทร่วมกับประชาชน ในพื้นที่ทั้ง 88 สถานีตำรวจนครบาล ให้ช่วยกันดูแลสอดส่องลดปัญหาอาชญากรรม ซึ่งข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน คดีอาวุธปืน ลดลงไปกว่าร้อยละ 50 ส่วนคดีค้างเก่ามีการเร่งปรามปรามด้วยเช่นกัน
