กสทช.สั่งปรับดีแทค หลังสัญญาณล่มครั้งที่ 5 วานนี้

เศรษฐกิจ
03:29
จำนวนผู้ชม 31
Thai PBS
กสทช.สั่งปรับดีแทค หลังสัญญาณล่มครั้งที่ 5 วานนี้

กสทช. เตรียมตั้งคณะกรรมการพิจารณาคิดค่าปรับดีแทค กรณีที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบดีแทค 130 เลขหมายไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ วานนี้ (28 ส.ค.) โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และไม่สามารถติดต่อศูนย์บริการและคอลเซ็นเตอร์ได้ เนื่องจากเกิดปัญหาเครือข่ายล่มทั่วประเทศ และนี่เป็นครั้งที่ 5 แล้วที่เครือข่ายล่ม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาค่าปรับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค หลังเมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) เกิดปัญหาเครือข่ายล่มทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงเวลา 11.00 น. เบื้องต้น จะอิงฐานค่าปรับเดียวกับที่ กสทช. ปรับรายการไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ที่วันละ 500,000 บาท แต่หลังจากคำนวณมูลค่าความเสียหายทั้งหมด เบื้องต้นน่าจะสูงถึง 8 หลักอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สาเหตุที่ค่าปรับต้องสูงระดับ 8 หลัก เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือทั้งหมด 130 ล้านเลขหมาย ที่ไม่สามารถติดต่อระหว่างกันได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง และระบบล่มครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 ที่ดีแทคปล่อยให้เกิดขึ้น จึงถือว่าดีแทคไม่ปฏิบัติตามตาม มาตรา 33 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ที่ระบุชัดเจนว่า ผู้ให้บริการต้องบำรุงรักษาโครงข่ายให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยคณะกรรมการจะใช้เวลาทำงาน 4 วัน เพื่อสรุปมูลค่าทั้งหมด นอกจากค่าปรับที่ดีแทค ต้องจ่ายให้กสทช.แล้ว ยังมีมาตรการเยียวยาลูกค้า ที่ดีแทค จะต้องคิดค่าบริการคืนกลับให้ลูกค้า เช่นเดียวกับทุกครั้งที่เกิดปัญหาเครือข่ายล่ม ซึ่งลูกค้าของดีแทคที่ได้รับผลกระทบ สามารถร้องเรียนมาที่กสทช. หรือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ได้

ขณะที่ ดีแทค ชี้แจงเบื้องต้นต่อ กสทช.ว่า ระบบล่มครั้งนี้ มีสาเหตุการขัดข้องจากตัวส่งผ่านสัญญาณข้ามเสา ที่ศูนย์รังสิตไม่ทำงาน และเครื่องสำรองที่มีอยู่ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งกระทบกับลูกค้าร้อยละ 20 ขณะที่ปัจจุบัน ดีแทคมีฐานลูกค้ารวม 23.6 ล้านราย โดยก่อนหน้านี้ ดีแทค ประสบปัญหาเครือข่ายล่มรวม 4 ครั้ง คือ วันที่ 21 ธันวาคม 2554 เกิดเหตุระบบล่มทั่วประเทศ จากการขัดข้องเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลลูกค้า และเกิดขึ้นกรณีเดียวกันอีกครั้งในวันที่ 5 มกราคม 2555 ครั้งที่ 3 วันที่ 8 มกราคม 2555 จากสาเหตุ รถชนเสาเคบิลภาคใต้ และครั้งที่ 4 วันที่ 4 พฤษภาคม 2555 ที่มีปัญหาในแถบจังหวัดภาคเหนือจากสายเคเบิลขาด