ผู้ต้องสงสัยขบวนการค้ายาเสพติดมอบตัว หลังเกิดปะทะกัน

อาชญากรรม
02:05
จำนวนผู้ชม 47
Thai PBS
ผู้ต้องสงสัยขบวนการค้ายาเสพติดมอบตัว หลังเกิดปะทะกัน

ผู้ต้องสงสัยขบวนการค้ายาเสพติดคนสุดท้ายที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เข้าไปในพงหญ้า ก็ออกมามอบตัวแล้ว หลังจากที่ถูกกดดันอย่างหนักกว่า 6 ชั่วโมง หลังจากผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีไปออกมามอบตัว และอีกคนถูกวิสามัญฆาตกรรม

นายหมั่ง ชาวกัมพูชาผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติด ที่ยิงต่อสู้กับตำรวจหน้าฐานทัพอากาศ ดอนเมือง คนสุดท้ายที่หลบหนีอยู่ได้ออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว หลังถูกปิดล้อมกดดันตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา นายหมั่งสารภาพว่าก่อนหน้านี้ ถูกนายพล ชัยยะพันโท ผู้ต้องสงสัยที่ถูกยิงเสียชีวิตชักชวนว่าจะพาไปเที่ยว จึงได้ติดรถมา โดยไม่รู้ว่าจะมารับยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า หลังเกิดเหตุได้วิ่งหลบหนีไปหลบในป่าหญ้าด้วยความกลัว แต่ในที่สุดทนการกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหวต้องออกมามอบตัว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้นำตัวไปสอบปากคำต่อที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ติดตามรถกระบะคันนี้มาจากตลาดไท หลังทราบข้อมูลว่าจะนำยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ดไปส่งให้ลูกค้า แต่ขณะขอตรวจค้นผู้ต้องสงสัยขัดขืน และขับรถกระบะหลบหนี จนกระทั่งมาถึงฐานทัพอากาศดอนเมือง ผู้ต้องสงสัยพยายามจะขับรถย้อนเส้นทาง เพื่อเลี้ยวเข้าฐานทัพอากาศ แต่ทางเข้าปิดปรับปรุงชั่วคราว จึงขับรถไปที่สวนหย่อมด้านหน้า เมื่อตำรวจตามมาทัน จึงเกิดการยิงต่อสู้กัน เป็นเหตุให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน และหลบหนีไปได้ 2 คน

ตำรวจต้องใช้เฮลิคอปเตอร์กดดันทางอากาศ เพื่อค้นหาตัว ส่วนภาคพื้นดิน ชุดปฏิบัติการสยบไพรี และหน่วยอรินทราช 26 และตำรวจปราบปรามยาเสพติด รวมประมาณ 50 นาย กระจายกำลังล้อมโดยรอบ จนเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัย คือนายโชคชัย ตั้วมาก ได้ออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ และสารภาพว่าได้ร่วมกับนายหมั่ง ไม่ทราบชื่อ และนามสกุลจริง กับนายพล ชัยยะพันโท ที่เสียชีวิต รับยาบ้ามาจากตลาดไท จะไปส่งให้ลูกค้าที่พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยจะได้รับค่าจ้าง 10,000 บาท แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สั่งการ

ตำรวจ กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยได้ใช้ระเบิดไม่ทราบชนิดขว้างใส่ทางเจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางหลบหนี และยิงปะทะกันต่อเนื่อง ในที่สุดผู้ต้องสงสัยถูกยิงเสียชีวิต 1 คน จากการตรวจสอบในรถกระบะ พบยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด และบัตรประชาชน ระบุชื่อนายจักรณรงค์ พลไชย และนายประสม สุทธิชนโสภากุล จึงเก็บเป็นหลักฐาน พร้อมตรวจสอบทะเบียนรถยนต์ว่าเป็นทะเบียนปลอมหรือไม่