อดีต ผอ.เออีซี ชี้ ประเทศอาเซียนต้องปรับตัว รับการค้าเสรี แนะ อย่ามองเพื่อนบ้านเป็นคู่แข่ง

เศรษฐกิจ
15:14
จำนวนผู้ชม 27
Thai PBS
อดีต ผอ.เออีซี ชี้ ประเทศอาเซียนต้องปรับตัว รับการค้าเสรี แนะ อย่ามองเพื่อนบ้านเป็นคู่แข่ง

มธ.จัดสัมนนา "เหลียวหลัง แลหน้า 45 ปี อาเซียน" อดีตผอ.เออีซี แนะประเทศอาเซียน ต้องปรับตัว เพื่อให้เกิดการค้าเสรีที่แท้จริง ด้านปธ.สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ระบุ ไม่ควรกีดกันการค้า ขณะที่ อ.รัฐศาสตร์ มธ. ชี้ การเมือง เป็นสาเหตุให้อาเซียนเดินช้า

รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมนาเหลียวหลัง แลหน้า 45 ปี อาเซียน ว่า ตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีบทบาทอย่างมากในประชาคมเศรษฐกิจคมอาเซียน ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ ต้องการสะท้อนถึงความสำเร็จ และสิ่งที่ล้มเหลวในระยะ 45 ปีที่ผ่านมา ของการรวมกลุ่มก่อนที่จะถึงวันครบรอบการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในวันพรุ่งนี้ (8 ส.ค.55)

ด้านนายสุภัฒ สงวนดีกุล อดีตผู้อำนวยการ สำนักประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เศรษฐกิจของอาเซียนนั้นเริ่มเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งถือว่าก้าวหน้าระดับหนึ่ง ทั้งการเปิดการค้าเสรี และความร่วมมือ ที่ประกอบด้วย สินค้า, ธุรกิจบริการ, การลงทุน, แรงงาน และเงินทุน ซึ่งนายสุภัฒเห็นว่า เมื่อทุกประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว จะต้องมีการปรับตัว ในเรื่องของการลดข้อบังคับ หรือข้อจำกัดบางประการของแต่ละประเทศออกไป เพื่อให้เกิดการค้าที่เสรีอย่างแท้จริง เช่น การลดอัตราภาษีนำเข้า การกำหนดจำนวน และสัดส่วนของผู้ถือหุ้นของชาวต่างชาติ เพื่อเป็นการไม่ปิดกั้นการลงทุน รวมไปถึงการให้แรงงานฝีมือของแต่ละประเทศเข้าทำงานในประเทศต่างๆ ได้

ทั้งนี้ นายสุภัฒ ยังระบุอีกว่า ควรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดตลาด แบบ ซิงเกิลมาเก็ต, การเปลี่ยนทัศนคติว่า แต่ละประเทศไม่ใช่คู่แข่งทางการค้า และการแก้ปัญหาเขตแดน เช่น มีชาวต่างชาติขอจดทะเบียนบริษัทในประเทศ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการขยายขอบเขตของอาเซียน

ด้านนายอรินทร์ จิรา ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างประเทศ ทั้งกฏหมาย, ศาสนา และภาษานั้น เป็นสิ่งที่ท้าทาย เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ซึ่งหากมีการเปิดการค้าเสรี ไม่ควรมีมาตรการในการกีดกันการค้าของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ เข้าใจว่าแต่ละประเทศต่างต้องป้องกันผลประโยชน์ และควบคุมการไหลเวียนของเงินภายในประเทศด้วย

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงผลกระทบของผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ที่หากไม่มีการร่วมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาสินค้า อาจจะทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนการส่งเสริมให้ประชาชนให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากล และภาษาเพื่อนบ้าน รวมไปถึง การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล และเข้าใจความเป็นอาเซียนมากขึ้น

ขณะที่ ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า เนื่องจากปัญหาความไม่นิ่งของการเมืองภายในประเทศ และระหว่างประเทศ จะทำให้การขับเคลื่อนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นไปได้ช้า