คดีออนไลน์ลดลง แต่ภัยยังไม่จบ ! พบ “หญิง 21-30 ปี” ยังเป็นเหยื่ออันดับ 1

สถิติคดีออนไลน์ลดฮวบ! ยอดเสียหายล่าสุดแตะ 128 ล้านบาทต่อสัปดาห์ Thai PBS Verify เปิดข้อมูลสถิติจาก ACSC เจาะลึก 2 กลโกงหลักที่มิจฉาชีพใช้หลอกประชาชน
สถิติคดีออนไลน์ลดฮวบ! แต่ยอดความเสียหายยังแตะร้อยล้าน
Thai PBS Verify ตรวจสอบข้อมูลสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยให้เห็นข่าวดีในรอบสัปดาห์ (30 พ.ค. – 6 มิ.ย. 2569) ว่า ภาพรวมของคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีทิศทางปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่เคยพุ่งสูงถึง 500 ล้านบาทต่อสัปดาห์
ปัจจุบันตัวเลขความเสียหายลดลงมาเหลือต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อสัปดาห์ โดยในรอบสัปดาห์ล่าสุดมีสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้
- จำนวนคดีที่รับแจ้ง: 5,355 คดี (ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 219 คดี)
- มูลค่าความเสียหายรวม: 128,002,691 บาท (ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 9.86 ล้านบาท)
แม้ว่ามาตรการสืบสวนจับกุมและกวาดล้างมิจฉาชีพจะส่งผลให้ตัวเลขคดีดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเจาะลึกไปที่ประเภทคดีและพฤติกรรมของเหยื่อ กลับพบข้อมูลที่น่ากังวลและต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนรู้เท่าทัน
เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายได้ทันท่วงที ก่อนโอนเงินไปยังมิจฉาชีพ
เจาะลึก 2 กลโกงหลัก: ปริมาณเยอะ vs มูลค่าความเสียหายสูง
จากการจำแนกรายคดีของทีมวิเคราะห์ พบว่ามิจฉาชีพยังคงใช้ 2 รูปแบบหลักในการหลอกลวงประชาชน ได้แก่
- คดีที่มีปริมาณสูงที่สุด: คือ “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ซึ่งครองสัดส่วนสูงถึง 84.2% ของคดีทั้งหมดที่ได้รับแจ้งความสะท้อนว่าการซื้อขายของออนไลน์ยังคงเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพเข้าถึงเหยื่อได้ง่ายที่สุด
- คดีที่มูลค่าความเสียหายสูงที่สุด: คือ “การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน” แม้ว่าจำนวนครั้งที่เกิดคดีจะน้อยกว่าการหลอกขายสินค้า แต่สร้างความสูญเสียเชิงเม็ดเงินสูงที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 39.61 ล้านบาท
เปิดกลุ่มเสี่ยง: ทำไมผู้หญิงอายุ 21-30 ปี ถึงตกเป็นเหยื่อมากที่สุด?
ข้อมูลทางสถิติในรอบสัปดาห์ระบุชัดเจนว่า “ผู้หญิง” ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากกว่าผู้ชาย โดยกลุ่มอายุที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ช่วงอายุ 21-30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นตอนปลายและวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) กลุ่มนี้ครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรกของคดีไซเบอร์ ดังนี้
- อันดับ 1: คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ช้อปปิ้งออนไลน์, ของถูกเกินจริง)
- อันดับ 2: คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น (Call Center, ปลอมโปรไฟล์คนรู้จักเพื่อยืมเงิน)
- อันดับ 3: คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ (งานออนไลน์รายได้ดี, เงินกู้ง่ายแฝงแอปดูดเงิน)
ภาพเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด บัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีเป็นของกลาง
Thai PBS Verify เตือนภัย แม้ตัวเลขความเสียหายในภาพรวมจะลดลงจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ แต่กลวิธีของมิจฉาชีพยังคงปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำธุรกรรมบนโลกออนไลน์เป็นประจำ ก่อนตัดสินใจโอนเงินซื้อสินค้า ตรวจสอบประวัติผู้ขายให้ถี่ถ้วน และพึงระลึกไว้เสมอว่า “ไม่มีการลงทุนใดในโลกที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงโดยไม่มีความเสี่ยง” หากสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ทันทีที่เว็บไซต์ทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Thaipoliceonline) เท่านั้น
ข้อมูลจาก: ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)











